อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 15 ธันวาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 15 ธันวาคม 2561

รัสเซียยันไม่เกี่ยวข้องเหตุวางยาอดีตสายลับในอังกฤษ

รัฐบาลมอสโกปฏิเสธการมีส่วนพัวพันกับเกตุการณ์ที่อดีตเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองซึ่งลี้ภัยอยู่ในสหราชอาณาจักร ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีด้วยสารพิษพร้อมบุตรสาว เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พุธที่ 14 มีนาคม 2561 เวลา 07.59 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 14 มี.ค.ว่านายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.กระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย กล่าวเมื่อวันอังคาร ว่ารัฐบาลมอสโกไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในทุกกรณี ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับนายเซอร์เก สกรีพัล วัย 66 ปี อดีตเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองทางทหาร ( จีอาร์ยู ) ซึ่งลี้ภัยอยู่ในสหราชอาณาจักรตั้งแต่ปี 2553 ตามข้อตกลงแบกเปลี่ยนสายลับระหว่างสหรัฐกับรัสเซีย และน.ส.ยูเลีย สกรีพัล บุตรสาววัย 33 ปี เมื่อวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา 

นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.กระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย

ขณะเดียวกัน ลาฟรอฟยืนยันว่ารัสเซียพร้อมและยินดีให้ความร่วมมือในเรื่องนี้ แต่กลับไม่ได้รับการตอบสนองเชิงบวกจากรัฐบาลสหราชอาณาจักร ในการให้ผู้เชี่ยวชาญของรัฐบาลมอสโกร่วมตรวจสอบตัวอย่างสารเคมีที่พ่อลูกสกรีพัลได้รับ และมีการอ้างว่าเป็นสารเคมีจากโครงการ “โนวิช็อก” ที่กองทัพสหภาพโซเวียตคิดค้นและพัฒนาขึ้นเมื่อราว 40 ปีที่แล้ว โดยกระทรวงการต่างประเทศได้เชิญนายลอว์เรนซ์ บริสโทว เอกอัครราชทูตสหราชอาณาจักรประจำกรุงมอสโก เข้าพบเพื่อหารือเกี่ยวกับ “กิจกรรมสกปรก” ที่เกิดขึ้น
 


ทั้งนี้ การที่ลาฟรอฟยืนกรานว่ารัสเซีย “ต้องมีสิทธิ์” ได้ร่วมพิสูจน์ตัวอย่างสารพิษที่พ่อลูกสกรีพัลได้รับ เรียกได้ว่าเป็นการปฏิเสธ “เส้นตาย” ของรัฐบาลสหราชอาณาจักร คือภายในวันอังคารที่ผ่านมา ขณะที่บรรดาเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญด้านสารเคมียังคงปักหลักอยู่ในเมืองซาลิสบิวรี ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะอังกฤษ เพื่อทำความสะอาด และสำรวจพื้นที่เกิดเหตุ โดยเฉพาะม้านั่งหน้าซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีพลเมืองดีพบร่างหมดสติของพ่อลูกสกรีพัล

นายเซอร์เก สกรีพัล ที่เรือนจำในกรุงมอสโก เมื่อปี 2549

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับพ่อลูกสกรีพัล ซึ่งแม้แพทย์เผยว่า “อาการทรงตัว” แต่ “อาจไม่สามารถกลับมาเป็นปกติได้อีก” ทำให้ทุกฝ่ายนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ใช้กัมมันตรังสีเล่นงานนายอเล็กซานเดอร์ ลิตวิเนนโก อดีตเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองรัสเซีย ซึ่งเสียชีวิตเมื่อเดือนพ.ย. 2549 โดยรัฐบาลสหราชอาณาจักรใช้เวลาสืบสวนสอบสวนเรื่องนี้นานถึง 10 ปี ก่อนได้ข้อสรุปเพียงว่า รัฐบาลมอสโกของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน “น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง”.
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 18