อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม 2561

อาเจะห์จัดหนักเล็ง"ตัดคอ"นักโทษคดีฆาตกรรม

จังหวัดอนุรักษ์นิยมอาเจะห์ของอินโดนีเซียกำลังพิจารณาเพิ่มความเข้มข้น ในการลงโทษผู้กระทำความผิดฐานฆ่าผู้อื่นจนถึงแก่ความตาย ด้วยการตัดศีรษะ พุธที่ 14 มีนาคม 2561 เวลา 23.42 น.

    สำนักข่าวเอพีรายงานจากเมืองบันดาห์ อาเจะห์ ประเทศอินโดนีเซีย เมื่อวันที่ 14 มี.ค. ว่า จังหวัดอาเจะห์ บนเกาะสุมาตรา ทางภาคตะวันตกสุดของอินโดนีเซีย ที่รู้จักกันจากการลงโทษเฆี่ยนประจานในที่สาธารณะ ต่อผู้กระทำความผิดฐานรักร่วมเพศ เป็นชู้นอกใจคู่สมรส หรือการพนัน กำลังพิจารณาที่จะใช้การตัดศีรษะ เป็นวิธีการลงโทษผู้กระทำความผิดฐานฆาตกรรม
    นายไซยูกรี เอ็ม. ยูซุฟ ผู้อำนวยการสำนักกฎหมายชารีอะฮ์และสิทธิมนุษยชนจังหวัดอาเจะห์ เผยต่อสื่อมวลชนเมื่อวันพุธ ว่า ทางการอาเจะห์ได้ร้องขอต่อสำนักฯ ให้ทำการวิจัย การประหารชีวิตด้วยวิธีการตัดศีรษะ ภายใต้กฎหมายศาสนา และการทำประชาพิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ "การตัดศีรษะมีความสอดคล้องกับกฎหมายศาสนามากกว่า และจะมีประสิทธิภาพในการป้องปรามฆาตกรรม การลงโทษรุนแรงใช้เพื่อรักษาชีวิตมนุษย์"  ยูซุฟ กล่าว และว่า สำนักฯ จะเริ่มร่างกฎหมายเมื่อเสร็จขั้นตอนการวิจัยทางวิชาการ
    อาเจะห์เป็นจังหวัดเดียวของอินโดนีเซียที่บังคับใช้กฎหมายชารีอะฮ์ ตามข้อตกลงที่ได้รับความยินยอมจากรัฐบาลกลางในกรุงจาการ์ตาเมื่อปี พ.ศ. 2548 เพื่อยุติสงครามแยกตัวเป็นเอกราช ที่ดำเนินมาหลายทศวรรษก่อนหน้านั้น
    การบังคับใช้กฎหมายศาสนาในอาเจะห์มีความรุนแรงมากขึ้น และตอนนี้มีผลครอบคลุมถึงกลุ่มคนที่ไม่ใช่ชาวมุสสลิมด้วย 
    ยูซุฟกล่าวย้ำว่า หากกฎหมายชารีอะฮ์ถูกบังคับใช้อย่างต่อเนื่อง อาชญากรรมต่างๆ โดยเฉพาะฆาตกรรม จะลดลงอย่างมากหรือหายไป ที่ผ่านมาการลงโทษฆาตกร "ค่อนข้างเบา" และกลุ่มคนเหล่านี้อาจทำความผิดใหม่อีก หลังถูกปล่อยตัวจากเรือนจำ เขาชี้ให้เห็นซาอุดีอาระเบียเป็นตัวอย่าง ที่สมควรเดินตามรอยในการลงโทษฆาตกรอย่างเฉียบขาดรุนแรง
    อินโดนีเซียมีโทษประหารชีวิตสำหรับความผิดอาญาบางชนิด เช่น ฆาตกรรม และค้ายาเสพติด ซึ่งการประหารฯ จะใช้วิธียิงเป้า การประหารชีวิตครั้งสุดท้ายมีขึ้นเมื่อเดือน ก.ค. 2559 เมื่อนักโทษคดียาเสพติด 4 คน ประกอบด้วยชาวไนจีเรีย 3 คน และชาวอินโดนีเซีย 1 คน ถูกเพชรฆาตลั่นไกปลิดชีวิต ในเรือนจำบนเกาะนูซา กัมบางัน.
    
คลิปประกอบ - AP Archive

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 10