อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 19 กันยายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 19 กันยายน 2561

พักงานคุณหนูเล็กโคเรียนแอร์วีนแตก

สายการบินโคเรียนแอร์สั่งพักงานลูกสาวคนเล็กของประธานบริษัทสายการบินแห่งเกาหลีใต้ระหว่างรอผลการสอบสวนของตำรวจหลังออกอาการวีนแตกในที่ประชุมถึงขั้นปาแก้วน้ำ จันทร์ที่ 16 เมษายน 2561 เวลา 21.27 น.


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อวันที่ 16 เม.ย.ว่า น.ส.โช ยุน-มิน วัย 36 ปีตำแหน่งรองประธานอาวุโสของบริษัทสายการบินโคเรียนแอร์แห่งเกาหลีใต้ ถูกกระแสกดดันจากสหภาพแรงงานของสายการบินโคเรียนแอร์ให้ลาออก หลังมีข่าวปรากฏทางสื่อว่า เธอสาดน้ำใส่หน้าของผู้จัดการบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่งในระหว่างการประชุม ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในทางลบ โดยแถลงการณ์ของโคเรียนแอร์ ระบุว่า โคเรียนแอร์ได้สั่งพักงานน.ส.โช ยุน-มิน ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย.เป็นต้นไปจนกว่าจะทราบผลการสอบสวนของตำรวจ
น.ส.โช หรืออีกชื่อหนึ่งคือ เอมิลี โช ได้ออกมากล่าวขอโทษเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาสำหรับการกระทำที่โง่เขลาของเธอ
สายการบินโคเรียนแอร์ชี้แจงรายงานของสื่อมวลชนว่า น.ส.โชได้ขว้างขวดน้ำใส่หน้าใครบางคนว่า เธอได้ขว้างไม่ขวดน้ำก็แก้วน้ำลงบนพื้น ไม่ได้โดนหน้าใครทั้งนั้น ต่อมายืนยันอีกว่าเป็นเพียงแก้วน้ำ
ขณะที่น.ส.โชซึ่งได้ลดระยะเวลาการเดินทางพักผ่อนในต่างประเทศ กลับมาเกาหลีใต้ ได้ปฏิเสธว่าขว้างแก้วน้ำใส่หน้าผู้จัดการ บอกเพียงแค่ว่าผลักเท่านั้น แต่การกระทำของนั้นเป็นเรื่องโง่เขลา
นับเป็นกรณีวิพากษ์ที่เกิดขึ้นล่าสุดกับครอบครัวของผู้ถือหุ้นใหญ่แห่งโคเรียนแอร์กลุ่มสายการบินที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้ เพราะก่อนหน้านี้พี่สาวของเธอคือน.ส.โช ยุน-อาห์ หรือฮีเธอร์ โช ตกเป็นข่าวใหญ่ในเหตุการณ์เรื่องถั่วเมื่อปี 2557 เพราะเธออารมณ์เสียที่พนักงานเสิร์ฟถั่วให้กับเธอซึ่งนั่งอยู่ในที่นั่งชั้นหนึ่งของสายการบินโคเรียนแอร์โดยวางถั่วในถุง ไม่ได้เสิร์ฟมาบนจาน ก่อนออกเดินทางไปนิวยอร์ก จึงสั่งให้หัวหน้าพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินลงจากเครื่องไป เครื่องบินที่กำลังจะบินขึ้นจึงต้องบินกลับมาที่ประตูทางขึ้นเครื่อง
ต่อมาน.ส.โช ยุน-อาห์ ถูกศาลตัดสินจำคุก 1 ปีในข้อหาละเมิดกฎหมายความปลอดภัยการบิน แต่หลังจากติดคุกไป 5 เดือนก็ได้รับอิสรภาพ แล้วกลับมาทำหน้าที่ผู้บริหารของโรงแรมในเครือของโคเรียนแอร์เมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

บอกต่อ : 8