อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 13 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 13 พฤศจิกายน 2562

แอร์เอเชียขอโทษคนมาเลเซีย เรื่องแคมเปญหนุนนาจิบ

"โทนี เฟอร์นานเดส" ซีอีโอของสายการบินแอร์เอเชีย แถลงขอโทษชาวมาเลเซีย ซึ่งวิจารณ์อย่างหนักกรณีปรากฏแคมเปญสนับสนุนนายนาจิบ ราซัค ในช่วงการเลือกตั้งเมื่อต้นเดือนนี้ โดยยืนยันว่า "เป็นแรงกดดัน" จากรัฐบาลในตอนนั้น จันทร์ที่ 14 พฤษภาคม 2561 เวลา 08.19 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 14 พ.ค. ว่าสายการบินแอร์เอเชียเผยแพร่คลิปของนายโทนี เฟอร์นานเดส ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร ( ซีอีโอ ) เมื่อวันอาทิตย์ ขอโทษชาวมาเลเซีย ต่อ "การตัดสินใจที่ผิดพลาดครั้งใหญ่" ซึ่งเขาและแอร์เอเชียจะจดจำไว้เป็นบทเรียนครั้งสำคัญตลอดไป โดยเฟอร์นันเดสกล่าวด้วยว่า แอร์เอเชียเผชิญกับแรงกดดันอย่างหนักจากรัฐบาลมาเลเซียชุดที่แล้ว ในการเข้ามามีส่วนร่วม และ "สนับสนุน" การเลือกตั้งทั่วไปซึ่งมีขึ้นเมื่อวันที่ 9 พ.ค. ที่ผ่านมา





เฟอร์นันเดสกล่าวว่า แอร์เอเชียให้ความร่วมมือด้วยการเพิ่มจำนวนเที่ยวบินภายในประเทศอีกมากกว่า 120 เที่ยว และจำหน่ายบัตรโดยสารราคาพิเศษในวันเลือกตั้ง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในการเดินทางข้ามภูมิภาคเพื่อไปใช้สิทธิ์ แต่กลับสร้างความไม่พอใจอย่างหนักให้กับรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ผู้นำมาเลเซียในตอนนั้น และการปฏิเสธปลดนางราฟิดาห์ อาซิส อดีตรมว.กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าระหว่างประเทศ ออกจากประธานของแอร์เอเชียเอ็กซ์ ที่ให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศระยะยาว เพราะเธอลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคมลายูสามัคคีแห่งชาติ ( อัมโน ) แล้วหันไปสนับสนุนแนวร่วมฝ่ายค้านของดร.มหาเธร์ โมฮัมหมัด

นอกจากนี้ เฟอร์นันเดสยอมรับว่าเขา "โง่มาก" ที่ยอมรับ "แรงกดดัน" จากรัฐบาล ด้วยการจัดทำโฆษณาสนับสนุนสนุนรัฐบาลพรรมอัมโนและแนวร่วมแห่งชาติ ( บีเอ็น ) ว่านโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลในเวลานั้น มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนให้แอร์เอเชียก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในสายการบินต้นทุนต่ำชั้นนำของโลก การเปลี่ยนสีเครื่องบินและชุดเครื่องแบบของพนักงานในวันเลือกตั้ง จากสีแดงให้เป็นสีน้ำเงินซึ่งเป็นสีสัญลักษณ์ของบีเอ็น เรียกเสียงฮือฮาและการวิจารณ์อย่างหนักจากหลายฝ่าย

ทั้งนี้ การที่รัฐบาลบีเอ็นจัดการเลือกตั้งในวันที่ 9 พ.ค. ตรงกับวันพุธซึ่งเป็นวันกลางสัปดาห์ เรียกเสียงวิจารณ์อย่างหนักจากหลายฝ่าย ว่าเป็นเจตนาให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์น้อยที่สุด เนื่องจากกลุ่มคนหนุ่มสาวและวัยทำงานหันไปสนับสนุนฝ่ายค้านมากขึ้น แต่กลับกลายเป็นว่าแนวร่วมบีเอ็นได้รับการเลือกตั้งเข้ามาเพียง 79 จาก 222 ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎร พ่ายแพ้ให้แก่พันธมิตรฝ่ายค้านอย่างยับเยิน.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 26