อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 21 สิงหาคม 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 21 สิงหาคม 2561

สมัชชาใหญ่ยูเอ็นประณามอิสราเอลเรื่องฉนวนกาซา

ที่ประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติมีมติเสียงข้างมาก 120 เสียง ประณามเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของอิสราเอลใช้ความรุนแรงกับชาวปาเลสไตน์ และเรียกร้องการจัดตั้งกลไกระหว่างประเทศเพื่อคุ้มครองพลเมืองในฉนวนกาซา พฤหัสบดีที่ 14 มิถุนายน 2561 เวลา 07.26 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. ว่าสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ ( ยูเอ็นจีเอ ) จัดการลงมติแบบเปิดเผย ระหว่างการประชุมเมื่อวันพุธ เกี่ยวกับร่างมติซึ่งเสนอโดยตุรกีและแอลจีเรียในนามตัวแทนกลุ่มประเทศอาหรับ ว่าด้วยการตำหนิ "พฤติกรรมไม่เหมาะสม" ของกองทัพอิสราเอลต่อชาวปาเลสไตน์ และการขอให้มีการคุ้มครองพลเมืองปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาจากการใช้ความรุนแรงของอิสราเอล โดยนายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการยูเอ็น จัดตั้งกลไกการคุ้มครองระหว่างประเทศสำหรับฉนวนกาซา



ทั้งนี้ ผลการหยั่งเสียงปรากฏว่า สมาชิก 120 ประเทศรับรองร่างมติดังกล่าว 45 ประเทศงดออกเสียง และมี 20 ประเทศไม่เข้าร่วมการประชุม โดยในส่วนของ 10 ประเทศสมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ( อาเซียน ) ฟิลิปปินส์และสิงคโปร์งดออกเสียง เมียนมาไม่เข้าร่วมการประชุม ส่วนสมาชิกอาเซียนอีก 7 ประเทศรับรองร่างมติ ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม บรูไน กัมพูชา ลาว และไทย

นายริยาด มานซูร์ เอกอัครราชทูตปาเลสไตน์ประจำยูเอ็น ปรบมือหลังทราบผลการลงมติ

ขณะที่ประเทศซึ่งออกเสียงคัดค้านมี 8 ประเทศ แน่นอนนำโดยสหรัฐและอิสราเอล ร่วมด้วยออสเตรเลีย สาธารณรัฐหมู่เกาะมาร์แชลล์ ไมโครนีเซีย นาอูรู  หมู่เกาะโซโลมอน และโตโก  ส่วนกัวเตมาลาและปารากวัยซึ่งเป็น 2 ประเทศที่เปิดสถานเอกอัครราชทูตในกรุงเยรูซาเลมตามสหรัฐ เมื่อเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา งดออกเสียง


นางนิกกี เฮลีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำยูเอ็น สนทนากับนายแดนนี ดานอน เอกอัครราชทูตอิสราเอล ( คนขวา ) หลังทราบผลการลงมติ

ด้านนางนิกกี เฮลีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำสหประชาชาติ กล่าวประณามการลงมติของยูเอ็นจีเอ  ว่าเป็น "การฟังความข้างเดียว"  และตำหนิรัฐบาลของกลุ่มประชาคมอาหรับว่าใช้มติประณามอิสราเอลบนเวทียูเอ็นจีเอ เป็นการหาเสียงภายในประเทศตัวเอง ขณะที่นายแดนนี ดานอน เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำยูเอ็น กล่าวว่ารัฐบาลเทลอาวีฟ "เสียใจและผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง" ที่สมัชชาใหญ่ยูเอ็นลงมติ "สนับสนุนองค์กรก่อการร้ายในฉนวนกาซา" ซึ่งหมายถึงกลุ่มฮามาส

สำหรับการลงมติของยูเอ็นจีเอในครั้งนี้เกิดขึ้นหลังสหรัฐซึ่งเป็น 1 ใน 5 สมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอสซี ) ใช้สิทธิ์วีโต้ปัดตกร่างมติของที่ประชุม เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งต้องการประณามกรณีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของอิสราเอลสังหารชาวปาเลสไตน์อย่างน้อย 129 คน ในการประท้วงต่อต้านอิสราเอลที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนมี.ค. ที่ผ่านมา ในจำนวนนี้ 60 คนเสียชีวิตเมื่อวันที่ 14 พ.ค. เพียงวันเดียว ซึ่งเป็นวันที่สหรัฐทำพิธีเปิดสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกรุงเยรูซาเลม






นอกจากนี้ ย้อนกลับไปเมื่อปลายเดือนธ.ค. ปีที่แล้ว ที่ประชุมยูเอ็นจีเอมีมติเสียงข้างมาก 128 เสียง ในการออกมติว่าสถานะ" ของกรุงเยรูซาเลม ต้องเป็นไปตามฉันทามติจากการเจรจาตามวิธีการทูตระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ ความพยายามและการตัดสินใจอื่นใดก็ตามเพื่อต้องการ "เปลี่ยนแปลง" สถานะดังกล่าว ไม่ถือว่ามีผลผูกพันทางกฎหมายในทุกกรณี แม้สหรัฐข่มขู่อย่างหนักว่าจะตัดความช่วยเหลือทุกประเทศที่ลงมติรับรอง อนึ่ง การลงมติของยูเอ็นจีเอไม่มีผลในทางกฎหมายระหว่างประเทศ แต่ถือว่า "มีน้ำหนักและมีความหมาย" ในเชิงการทูต.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 21