อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 20 กันยายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 20 กันยายน 2561

ซาอุดีอาระเบียอนุญาตให้ผู้หญิงขับรถเองได้แล้ว

ความเปลี่ยนแปลงทางสังคมครั้งประวัติศาสตร์เกิดขึ้นในซาอุดีอาระเบีย เมื่อสตรีในประเทศสามารถขับขี่รถยนต์ได้เองแล้วอย่างเป็นทางการ อาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน 2561 เวลา 08.19 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ว่ากระทรวงข่าวสารของซาอุดีอาระเบียออกแถลงการณ์ว่า สตรีชาวซาอุดีอาระเบียสามารถขับขี่รถยนต์ได้เองแล้วอย่างเป็นทางการ นับตั้งแต่วันที่ 24 มิ.ย. นี้เป็นต้นไป หมดยุคการเป็นประเทศเดียวในโลก ที่ไม่อนุญาตให้สตรีขับรถยนต์ด้วยตัวเอง โดยความเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์เป็นไปตามนโยบายปฏิรูปประเทศ "วิสัยทัศน์ 2030" ซึ่งรวมถึงมาตรการยกระดับสิทธิสตรี ตามแนวพระราชวิสัยทัศน์ของมกุฎราชกุมารโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน และรัฐบาลริยาดประกาศเรื่องนี้ให้สาธารณชนเตรียมตัว เมื่อเดือนก.ย.ปีที่แล้ว



ทั้งนี้ ก่อนการยกเลิกมาตรการห้ามดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ กระทรวงคมนาคมของซาอุดีอาระเบียทยอยออกใบขับขี่ยานพาหนะให้แก่สตรีในประเทศตั้งแต่ช่วงต้นเดือนนี้ ขณะที่ผู้สันทัดกรณีคาดการณ์ว่าภายในปี 2563 จะมีสตรีซาอุดีอาระเบียราว 3 ล้านคนได้รับการอนุมัติใบขับขี่ และความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างมาก เนื่องจากจะเป็นการเพิ่มโอกาสในการจ้างงานให้กับสตรีชาวซาอุดีอาระเบีย ซึ่งมีการประเมินมูลค่าทางเศรษฐกิจของซาอุดีอาระเบียจะเพิ่มขึ้นอีก 90,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 2.9 ล้านล้านบาท ) ภายในอีก 2 ปีข้างหน้า
 

นอกเหนือจากการอนุญาตให้สตรีสามารถขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคลได้ด้วยตัวเองแล้ว รัฐสภาในกรุงริยาดยังมีมติครั้งสำคัญเมื่อช่วงปลายเดือนพ.ค. ที่ผ่านมา อนุมัติร่างกฎหมายระบุให้การคุมคามและล่วงละเมิดทางเพศต่อสตรีถือเป็นอาชญากรรม โดยผู้กระทำผิดอาจต้องรับโทษจำคุกสูงสุดเป็นเวลา 5 ปี และปรับเป็นเงินสูงถึง 300,000 ริยัล ( ราว 2.63 ล้านบาท ) และการกลับมาอนุญาตให้โรงภาพยนตร์ฉายภาพยนตร์เพื่อการพาณิชย์ได้เป็นครั้งแรกในรอบ 35 ปี เมื่อกลางเดือนเม.ย. ปีนี้
 
อย่างไรก็ตาม การที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของรัฐบาลริยาดจับกุมพลเมือง 17 คน เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งในจำนวนนี้ 4 คนเป็นผู้หญิง และมีการดำเนินคดีฐานร่วมกัน "บ่อนทำลาย" ความมั่นคงของประเทศ เรียกเสียงวิจารณ์อย่างหนักจากองค์กรสิทธิมนุษยชนหลายแห่ง ว่าเป็นเพียงข้ออ้างของการกวาดล้างกลุ่มคนซึ่งมีแนวคิดเห็นต่างทางการเมืองเท่านั้น.

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 7