อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 20 กันยายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 20 กันยายน 2561

อิตาลีด่าฝรั่งเศส "จองหอง" และเป็นต้นเหตุวิกฤติผู้อพยพ

รัฐบาลอิตาลีตำหนิประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง "จองหอง" และรัฐบาลปารีสซึ่งเอาแต่ผลักดันผู้อพยพออกจากชายแดน อาจกลายเป็น "ศัตรูหมายเลขหนึ่ง" หลังผู้นำฝรั่งเศสเสนอให้อียูปรับเงินประเทศที่ปฏิเสธรับผู้อพยพ อาทิตย์ที่ 24 มิถุนายน 2561 เวลา 10.02 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโรม ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. ว่านายลุยจิ ดี ไมโอ รองนายกรัฐมนตรีอิตาลีและหัวหน้าพรรคขบวนการ 5 ดาว พรรคฝ่ายขวาประชานิยมซึ่งเป็นหนึ่งในพรรคแกนนำรัฐบาล กล่าวเมื่อวันเสาร์ ว่าสถานการณ์ผู้อพยพเป็นภาวะฉุกเฉินที่อิตาลีเผชิญและหาทางแก้ไขเองมานานแล้ว ซึ่งส่วนหนึ่งของวิกฤติครั้งนี้เป็นผลมาจากการที่ฝรั่งเศสผลักดันผู้อพยพออกจากชายแดนของตัวเอง นโยบายดังกล่าวของประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครง สุ่มเสี่ยงที่จะทำให้รัฐบาลปารีส "ผู้จองหอง" กลายเป็น "ศัตรูหมายเลขหนึ่ง" ของรัฐบาลโรมจากกรณีนี้
 


ขณะที่นายมัตเตโอ ซัลวินี รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กระทรวงมหาดไทยของอิตาลี ซึ่งเป็นหัวหน้าพรรคสันนิบาตที่ชูนโยบายขวาจัดต่อต้านผู้อพยพ ย้ำว่าอิตาลีจะไม่รับผู้อพยพเพิ่มอีก "แม้แต่คนเดียว" และเรือ "มิชชั่น ไลฟ์ไลน์" ติดธงชาติเนเธอร์แลนด์ แต่อยู่ภายใต้การดูแลขององค์กรอิสระในเยอรมนี ซึ่งบรรทุกผู้อพยพมาด้วย 239 คนนั้น "ลืมไปได้เลย" ว่าจะมีโอกาสจอดเทียบท่าในอิตาลี พร้อมทั้งยืนยันว่าเรือควรจอดเทียบท่าในมอลตาเพราะลอยลำอยู่ในน่านน้ำของประเทศนั้น อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีโจเซฟ มัสกัต ผู้นำมอลตา ยืนกรานว่าเรือมิชชั่น ไลฟ์ไลน์ "ต้องกลับไปยังจุดหมายเดิม" แต่ในระหว่างนี้ยินดีมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมในเบื้องต้น  

 


 

ท่าทีดังกล่าวของรัฐบาลขวาจัดอิตาลีมีขึ้นหลังมาครงกล่าวในวันเดียวกัน เสนอให้สหภาพยุโรป ( อียู ) ออกมาตรการ "ลงโทษทางเศรษฐกิจ" ด้วยการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากประเทศสมาชิกที่ปฏิเสธรับให้ความช่วยเหลือผู้อพยพ ทั้งนี้ นับตั้งแต่พันธมิตรพรรคประชานิยมขวาจัดชนะการเลือกตั้งถล่มทลายและทำหน้าที่รัฐบาลชุดใหม่ของอิตาลีอย่างเป็นทางการเมื่อต้นเดือนนี้ รัฐบาลโรมมีนโยบายเรื่องผู้อพยพที่แข็งกร้าวขึ้นอย่างชัดเจน และยิ่งเป็นการเผยให้เห็นรอยร้าวภายในสมาชิกอียูซึ่งแตกแยกกันในเรื่องนี้มากขึ้นทุกขณะด้วย.

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 10