อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 21 กันยายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 21 กันยายน 2561

หน่วยรบพิเศษสหรัฐยกภารกิจถ้ำหลวง "เป็นประวัติศาสตร์"

ผู้บังคับการหน่วยปฏิบัติการพิเศษของกองทัพสหรัฐ ซึ่งนำเจ้าหน้าที่เข้าร่วมปฏิบัติการกู้ภัยที่ถ้ำหลวง กล่าวว่าภารกิจครั้งนี้คือ "ประวัติศาสตร์" ซึ่งเป็นผลจากความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของทุกฝ่าย พฤหัสบดีที่ 12 กรกฎาคม 2561 เวลา 13.00 น.

พ.ต. ชาร์ลส ฮอดเจส ผู้บังคับการหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 353 ของกองทัพอากาศสหรัฐ ซึ่งนำทีมงานเจ้าหน้าที่ทหารอเมริกันหลายสิบนายเข้าร่วมภารกิจกู้ภัยที่ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ในอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เพื่อช่วยเหลือสมาชิก 13 คนของทีมฟุตบอล "หมูป่า อะคาเดมี" ซึ่งติดอยู่ภายในถ้ำตั้งแต่วันที่ 23 มิ.ย. ที่ผ่านมา จนสามารถทยอยเดินทางออกจากถ้ำได้สำเร็จเมื่อต้นสัปดาห์นี้ ให้สัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่นหลายแห่งของสหรัฐ ว่าภารกิจครั้งนี้ถือเป็น "ประวัติศาสตร์" เพราะเป็นปฏิบัติการที่ "ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน"





ทั้งนี้ พ.ต. ฮอดเจสกล่าวด้วยว่าฝ่ายสหรัฐเคยประเมินสถานการณ์ในเบื้องต้นและบอกกับรัฐบาลไทย ว่าภารกิจกู้ภัยครั้งนี้มีแนวโน้มความสำเร็จเพียง 60-70% เท่านั้น เพราะมีทางเลือกน้อยมาก และการเคลื่อนไหวของทีมงานทุกฝ่ายในทุกนาทีเต็มไปด้วยความเสี่ยง จนเคยถึงขั้นมีการทำใจแล้วว่า "อาจมีความสูญเสีย" เกิดขึ้นกับผู้ประสบภัย
 

พ.ต. ฮอดเจสยังกล่าวชื่นชมระบบการทำงานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่จากนานาประเทศว่าเป็นไปอย่างยอดเยี่ยม คือตัวอย่างของการทำงานเป็นทีมอย่างแท้จริงและน่าประทับใจมาก ทุกคนก้าวข้ามผ่านความแตกต่างด้านภาษาและวัฒนธรรม ร่วมกันระดมสมองคิดวางแผนด้วยเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือการนำตัวทั้ง 13 คนออกมาให้ได้ ขณะเดียวกัน พ.ต. ฮอดเจสยอมรับว่าบรรยากาศของการทำงานก่อนการพบและนำตัวทั้ง 13 คนออกจากถ้ำนั้นตึงเครียดมาก แต่วัฒนธรรมต้อนรับขับสู้และความมีน้ำใจของคนไทยช่วยผ่อนคลายบรรยากาศลงไปได้มาก ด้านนอกถ้ำเต็มไปด้วยจิตอาสาที่มาช่วยเหลือด้วยความเต็มใจ ทั้งแจกอาหาร ขนม กาแฟ หรือแม้แต่เปลี่ยนถุงเท้าให้กับเจ้าหน้าที่โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
 



นอกจากนี้ พ.ต.ฮอดเจสกล่าวเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นหลังเจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ครบทั้ง 13 คน ว่าเกิดเหตุไม่คาดฝันบางอย่างกับระบบสูบน้ำและระบายน้ำภายในโถง 3 ซึ่งน่าจะเกี่ยวข้องกับกระแสไฟฟ้า ส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นแล้วเอ่อล้นมายังโถง 2 ทุกคนมีเวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้นในการหลบหนีออกมายังปากถ้ำ แต่โชคดีที่มีการลำเลียงผู้ประสบภัยออกจากพื้นที่เสี่ยงไปแล้ว ขณะที่ผู้สื่อข่าวซักถามเกี่ยวกับสภาพของเด็กด้วย ซึ่งพ.ต.ฮอดเจสกล่าวเพียงว่าผู้ประสบภัยทุกคนได้รับการปกป้องความเป็นส่วนตัวอย่างดี แทบไม่มีใครเห็นใบหน้าของเด็กอย่างชัดเจนยกเว้นแพทย์ที่อยู่ใกล้ชิด แต่เขาเชื่อว่าทุกคนดีใจอยู่แล้วที่ได้รับการช่วยเหลือ





ด้านพ.จ.อ. เดเร็ก แอนเดอร์สัน จากหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 353 เช่นกัน กล่าวชื่นชมความกล้าหาญของสมาชิกทีมหมูป่าทั้ง 13 คน ผลลัพธ์ของภารกิจครั้งนี้จึงจบลงด้วยความภาคภูมิใจของทุกฝ่าย ทุกคนออกจากถ้ำหลวงด้วยรอยยิ้ม ไม่ว่าจะเป็นทีมงานภาคสนาม ครอบครัวของผู้ประสบภัย และสมาชิกทีมหมูป่าทั้ง 13 คน.




 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 58