อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน 2561

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 15 พฤศจิกายน 2561

ชายคลั่งเผารถ-ไล่แทงประชาชนในเมลเบิร์น

ชายก่อเหตุเผารถยนต์และแทงประชาชนเสียชีวิตอย่างน้อย 1 คน ในย่านการค้าของเมืองเมลเบิร์น ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองใหญ่ของออสเตรเลีย ก่อนถูกตำรวจจับกุมได้และเสียชีวิตในเวลาต่อมาจากการถูกยิงระหว่างเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่ ศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2561 เวลา 15.39 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 9 พ.ย.ว่าสำนักงานตำรวจรัฐวิกตอเรียซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของออสเตรเลีย รายงานการเกิดเหตุเพลิงไหม้รถกระบะคันหนึ่ง บนถนนเบิร์ค ซึ่งเป็นหนึ่งในย่านธุรกิจของเมืองเมลเบิร์น ที่เป็นเมืองเอกของรัฐ เมื่อช่วงบ่ายของวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่น จึงส่งเจ้าหน้าที่รุดไปตรวจสอบ แต่เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุกลับพบมีชายคนหนึ่งถือมีดข่มขู่เจ้าหน้าที่ และมีประชาชนถูกแทงได้รับบาดเจ็บก่อนหน้านั้นแล้ว
 


ทั้งนี้ ตำรวจยืนยันความพยายามอย่างถึงที่สุดในการหลีกเลี่ยงการใช้ “มาตรการรุนแรง” กับชายคนดังกล่าว แต่ไม่ประสบความสำเร็จ เจ้าหน้าที่นายหนึ่งจึงตัดสินใจยิงผู้ก่อเหตุ การเข้าจับกุมจึงเป็นผลสำเร็จ เบื้องต้นยังไม่มีการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของชายผู้นี้ และยังไม่การตั้งสมมติฐานเกี่ยวกับแรงจูงใจของคนร้าย แต่ผลตรวจสอบหลักฐานเบื้องต้นพบขวดแก๊สจำนวนหนึ่งในรถยนต์ของผู้ต้องสงสัยนำไปสู่การสืบสวนสอบสวนในประเด็นก่อการร้าย ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่พบผู้เสียชีวิตคนหนึ่งในที่เกิดเหตุ และผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 คน ซึ่งมีการส่งตัวไปเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลใกล้ที่สุดแล้ว


 

 
อย่างไรก็ตาม ต่อมามีการเปิดเผยจากเจ้าหน้าที่ว่า ชายผู้ก่อเหตุเสียชีวิตแล้วที่โรงพยาบาล หลังถูกเจ้าหน้าที่ยิงเข้าที่หน้าอกเพื่อทำการจับกุม และให้ข้อมูลเพิ่มด้วยว่า ผู้ต้องสงสัยมีเชื้อสายโซมาเลเียและตำรวจกำลังทำการสืบประวัติย้อนหลังจากฐานข้อมูลของหนึ่งในสมาชิกในครอบครัวของชายคนนี้



อนึ่ง เหตุการณ์ดังกล่าวบนถนนเบิร์คเกิดขึ้นเกือบ 2 ปี หลังนายดิมิเทรียส การ์กาโซลาส ก่อเหตุขับรถยนต์พุ่งชนประชาชนในบริเวณเดียวกันนี้ เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2560 ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 6 คน และได้รับบาดเจ็บ 36 คน หลังเกิดเหตุการ์กาโซลาสถูกจับกุมได้ และคดีกำลังอยู่ในขั้นศาล ซึ่งจำเลยยังคงปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา.               

เครดิตภาพ : AFP
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 18