อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 มีนาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 22 มีนาคม 2562

โปแลนด์จับผู้บริหาร"หัวเหว่ย"อ้างทำจารกรรม

โปแลนด์จับกุมผู้บริหารบริษัทหัวเหว่ยของจีนและบุคคลสัญชาติโปแลนด์ในธุรกิจสื่อสารอ้างทำจารกรรม ส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทสื่อสารรายใหญ่ของจีนกับชาติตะวันตกยิ่งร้าวฉาน ศุกร์ที่ 11 มกราคม 2562 เวลา 19.51 น.


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากประเทศโปแลนด์เมื่อวันที่ 11 ม.ค.ว่า ตามที่หน่วยข่าวกรองสหรัฐเคยกล่าวหาว่าบริษัทหัวเหว่ย เทคโนโลยี คอส จำกัดเกี่ยวโยงกับรัฐบาลจีนเพราะอุปกรณ์บางอย่างของหัวเหว่ยนั้นผิดกฎหมายเนื่องจากถูกนำไปใช้สำหรับการทำจารกรรมให้รัฐบาลจีน แต่ก็ยังไม่มีการนำหลักฐานมาเปิดเผยต่อสาธารณชน ซึ่งทางหัวเหว่ยก็ยืนกรานปฏิเสธมาโดยตลอด แต่กระแสวิพากษ์วิจารณ์ส่งผลให้หลายชาติตะวันตกกับบริษัทหัวเหว่ยของจีนต้องตรวจสอบว่าเหตุใดจึงอนุญาตให้นำอุปกรณ์ของหัวเหว่ยเข้ามาใช้ในเครือข่ายโทรคมนาคม สร้างสัมพันธ์ที่ร้าวฉานให้กับรัฐบาลจีน
โทรทัศน์ทีวีพีของโปแลนด์รายงานว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงของโปแลนด์ได้เข้าตรวจค้นสำนักงานท้องถิ่นของหัวเหว่ยและสำนักงานบริษัทเครือข่ายโทรคมนาคม ออเรนจ์ โปลสกา ซึ่งมีบุคคลสัญชาติโปแลนด์ทำงาน
ส่วนผู้ที่ถูกจับกุมนั้น จากการเปิดเผยของนายมาไซจ์ วาสิค รองหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการพิเศษของโปแลนด์ระบุว่า เป็นชายชาวโปแลนด์ 1 คนซึ่งถูกกล่าวหาว่าทำจารกรรมร่วมกับชายชาวจีน ซึ่งเป็นนักธุรกิจที่เข้ามาทำงานด้านสื่อสารโทรคมนาคมในระดับผู้บริหาร เรื่องนี้ ทางการโปแลนด์ได้ติดตามมาระยะหนึ่งแล้วและจะทำการสอบสวนด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง โดยบุคคลทั้งสองถูกจับกุมเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยสงสัยว่าทำงานให้กับทางการจีนและสร้างความเสียหายให้กับทางการโปแลนด์
ต่อมากระทรวงการต่างประเทศของจีนแถลงว่า รัฐบาลจีนมีความกังวลอย่างยิ่งที่บุคคลสัญชาติจีนถูกจับกุมในประเทศโปแลนด์ ส่วนบริษัทหัวเหว่ยแถลงว่า บริษัทรับทราบสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วและกำลังติดตามเรื่องนี้อยู่ แต่ยังไม่สามารถให้ความเห็นอะไรได้ในขณะนี้
หลายสัปดาห์ก่อนหน้านี้ ทางการแคนาดาได้จับกุมน.ส.เม่ง หว่านโจว รองประธานบริษัทหัวเหว่ยและยังเป็นบุตรสาวของผู้ก่อตั้งบริษัทหัวเหว่ยอีกด้วย ซึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดมาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน

เครดิตภาพ REUTERS

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    39%
  • ไม่เห็นด้วย
    61%

บอกต่อ : 16