อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 17 พฤศจิกายน 2562

"ฮุนเซน"จวก"อียู" จับกัมพูชาเป็น"ตัวประกันการค้า"

สมเด็จฮุน เซนประณามสหภาพยุโรปจับชาวกัมพูชา "เป็นตัวประกัน" ด้วยการข่มขู่ใช้มาตรการคว่ำบาตรทางการค้า หลังพรรครัฐบาลกวาดชัยชนะในการเลือกตั้ง "ที่ไม่มีฝ่ายค้าน" เมื่อกลางปีที่แล้ว อาทิตย์ที่ 13 มกราคม 2562 เวลา 09.45 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 13 ม.ค. ว่าสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวเมื่อวันเสาร์ ว่าหากสหภาพยุโรป ( อียู ) ใช้มาตรการควำบาตรทางการค้าต่อกัมพูชาจริง จะถือเป็น "ความผิดพลาดอันใหญ่หลวง" และการที่ยังคงแสดงท่าทีข่มขู่เช่นนี้ไม่ต่างอะไรกับการควบคุมชาวกัมพูชา "เป็นตัวประกัน" ทั้งที่เขาทยอยคืนสิทธิและเสรีภาพทางการเมืองให้แก่สมาชิกฝ่ายค้านแล้วหลายคน

ทั้งนี้ กรรมาธิการด้านนโยบายการค้าของคณะกรรมาธิการยุโรป ( อีซี ) ซึ่งเป็นฝ่ายบริหารของอียู ออกแถลงการณ์เมื่อเดือนต.ค. ปีที่แล้ว เตรียมเพิกถอนสิทธิประโยชน์ทางการค้าของกัมพูชาในการเข้าถึงระบบตลาดเดียวของสหภาพ อันเนื่องมาจากสถานการณ์การเมืองของกัมพูชาที่อยู่ภายใต้ "ระบบพรรคการเมืองเดียว" หลังการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 29 ก.ค. ปีเดียวกัน ซึ่งพรรคประชาชนกัมพูชา ( ซีพีพี ) ของสมเด็จฮุน เซน กวาดชัยชนะในทั้ง 125 ที่นั่งของสภาผู้แทนราษฎร เพราะพรรคแกนนำฝ่ายค้านคือพรรรคกู้ชาติกัมพูชา ( ซีเอ็นอาร์พี ) ถูกยุบไปตั้งแต่ปลายปี 2560



อนึ่ง สิทธิพิเศษทางการค้าดังกล่าวคือการมอบโควตาส่งออกสินค้าเป็นกรณีพิเศษให้แก่ "กลุ่มประเทศพัฒนาน้อยที่สุด" ( Least Developed Countries : LLDGs ) เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศเหล่านี้ แต่โควตานั้นให้ยกเว้นสินค้าจำพวกอาวุธยุทโธปกรณ์ ( Everything but Arms : EBA ) อย่างไรก็ตาม อียูยังมีเวลานานถึง 18 เดือนนับตั้งแต่การประกาศครั้งนี้ ว่าจะเพิกถอนอีบีเอของกัมพูชาหรือไม่

ขณะที่นายเคน ลู เลขาธิการสมาคมผู้ผลิตสิ่งทอและเสื้อผ้าสำเร็จรูปของกัมพูชา กล่าวว่าอียูถือเป็นตลาดใหญ่ของกัมพูชา เนื่องจาก 46% ของเสื้อผ้าสำเร็จรูปและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ส่งออกไปยังภูมิภาคแห่งนี้ โดยอุตสาหกรรมเสื้อผ้าสำเร็จรูปถือเป็น "เส้นเลือดใหญ่" ที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจของกัมพูชา มีแรงงานมากกว่า 700,000 คนในปัจจุบัน.

เครดิตภาพ : AFP
    
   

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    82%
  • ไม่เห็นด้วย
    18%

บอกต่อ : 326