อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 18 มิถุนายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 18 มิถุนายน 2562

คนขับรถนักเรียนเผารถ หวังสังหารหมู่เด็กกว่า50คน

รถบัสนำนักเรียนชั้นประถมกว่า 50 คนกลับมาจากการดูกีฬา ถูกคนขับรถจี้ชิงรถแล้วจุดไฟเผารถหวังฆ่าเด็กให้ตายในเขตชานเมืองมิลานประเทศอิตาลี แต่ตำรวจช่วยเอาไว้ได้ และจับกุมคนขับรถเชื้อสายเซเนกัลไว้ได้ คาดต้องการเรียกร้องทางการให้ช่วยเหลือผู้อพยพหนีภัยจากแอฟริกาแต่ต้องมาจมน้ำตายในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนจำนวนมาก พฤหัสบดีที่ 21 มีนาคม 2562 เวลา 04.20 น.

สำนักข่าวรอยเตอร์และเอเอฟพีรายงานจากเมืองมิลานประเทศอิตาลีเมื่อวันที่ 21 มี.ค.ว่า นายมาร์โก ปัลไมรี โฆษกตำรวจอิตาลีแถลงว่า เด็กนักเรียนระดับชั้นประถมปีที่ 2 จำนวน 51 คนและครู 3 คนได้รับการช่วยเหลือออกมาจากรถบัสรับส่งนักเรียนคันหนึ่ง หลังกลับมาจากการไปดูกีฬา แล้วถูกคนขับรถทราบชื่อในภายหลังว่า นายออสเซย์นู ไซ วัย 47 ปีชาวอิตาเลียนเชื้อสายเซเนกัล จี้ชิงรถเอาไปแล้วข่มขู่เด็กๆ ด้วยการจุดไฟเผารถหวังฆ่าให้ตาย เพื่อเรียกร้องความสนใจให้ทางการอิตาลีหาทางแก้ไขและช่วยเหลือผู้อพยพย้ายถิ่นฐานจากทวีปแอฟริกาแต่ก็ต้องมาจบชีวิตในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเพราะจมน้ำตายหรือไม่ก็ถูกปฏิเสธไม่ให้เข้ามา เหตุเกิดบนทางหลวงชานเมืองมิลานศูนย์กลางด้านธุรกิจของอิตาลี เมื่อวันพุธที่ผ่านมา แต่คนขับรถบัสคันดังกล่าวถูกตำรวจจับกุมตัวไว้ได้แล้ว

รายงานข่าวระบุว่า คนขับรถบัสตะโกนเรียกร้องให้หยุดยั้งการตายของผู้อพยพย้ายถิ่นฐานจากแอฟริกาในทะเล หาไม่แล้วเขาจะสังหารหมู่เด็กๆ ซึ่งภาพจากคลิปวิดีโอแสดงให้เห็นว่า คนขับรถบัสขับรถชนรถตำรวจทางหลวงจนหยุด แล้วคนขับรถก็จุดไฟเผารถ แต่ตำรวจสามารถพังหน้าต่างหลังของรถบัส แล้วรีบพาเด็กๆออกมาจากรถก่อนที่ไฟจะไหม้รถได้อย่างปลอดภัยรวมทั้งครูทั้ง 3 คน ซึ่งบอกด้วยว่าคนขับบอกว่าจะขับรถบัสไปยังรันเวย์สนามบินเมืองมิลาน แต่เด็กคนหนึ่งสามารถใช้โทรศัพท์ติดต่อผู้ปกครองได้ ซึ่งก็รีบแจ้งตำรวจให้ทราบเรื่องและช่วยเหลือเด็กเอาไว้ได้

นายฟรานเซสโก เกรโก อัยการเมืองมิลานกล่าวว่า เป็นเรื่องมหัศจรรย์มากที่สามารถช่วยชีวิตเด็กๆ เอาไว้ได้ หาไม่แล้ว อาจจะเป็นการสังหารหมู่ โชคดีที่ตำรวจสามารถสกัดกั้นรถบัสเอาไว้ได้ และพาเด็กๆออกมาจากรถได้ เจ้าหน้าที่ยังไม่ตัดประเด็นก่อการร้ายออกไป แม้เหตุจูงใจของการกระทำของเขาจะยังไม่เป็นที่แน่ชัดก็ตาม

เครดิตภาพREUTERS



คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    83%
  • ไม่เห็นด้วย
    18%

บอกต่อ : 614