อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 21 พฤษภาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 21 พฤษภาคม 2562

ปินส์อพยพพลเมืองออกจากกรุงตริโปลี

รัฐบาลฟิลิปปินส์เริ่มอพยพพลเมืองจำนวนหนึ่ง ออกจากกรุงตริโปลี เมืองหลวงลิเบีย หลังจากชาวฟิลิปปินส์คนหนึ่งได้รับบาดเจ็บ จากสะเก็ดจรวด ขณะที่สถานการณ์สู้รบรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ มีผู้เสียชีวิตกว่า 200 ศพแล้ว ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา พฤหัสบดีที่ 18 เมษายน 2562 เวลา 18.05 น.

สำนักข่าวเพีรายงานจากกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 18 เม.ย. ว่า นายเอ็มมานูเอล เฟอร์นานเดซ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์ แถลงในกรุงมะนิลา เมื่อวันพฤหัสบดี ว่า เจ้าหน้าที่สถานทูตฟิลิปปินส์ประจำลิเบีย ทำการอพยพชาวฟิลิปปินส์ 7 คน ประกอบด้วยคนงานโรงพยาบาล 3 คน และนักศึกษา 4 คน จากกรุงตริโปลี ข้ามแดนไปยังตูนิเซีย ที่อยู่ติดกันทางตะวันตกเฉียงเหนือ เพื่อขึ้นเครื่องบินเดินทางกลับฟิลิปปินส์

ส่วนนายเอลเมอร์ คาโต เอกอัครราชทูตฟิลิปปินส์ประจำลิเบีย กล่าวว่า มีชาวฟิลิปปินส์ในลิเบียอีก 13 คน เข้าขอความช่วยเหลือจากสถานทูต ซึ่งคาดว่าจะถูกส่งขึ้นเครื่องบินกลับประเทศในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ส่วนอีกประมาณ 50 คน บริษัทนายจ้างอพยพไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยในลิเบีย

นายคาโตเผยอีกว่า ขณะนี้มีชาวฟิลิปปินส์อยู่ในกรุงตริโปลีประมาณ 1,000 คน จากทั้งหมดกว่า 2,000 คนทั่วลิเบีย ซึ่งส่วนใหญ่ทำงานพยาบาล ครู และบริษัทน้ำมัน แต่มีเพียง 20 คนที่ร้องขอให้ช่วยส่งตัวกลับประเทศ รวมถึงชายคนหนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดจรวด เมื่อคืนวันอังคาร

ทางด้านองค์การอนามัยโลก ออกแถลงการณ์เมื่อวันพฤหัสบดี ว่า ตัวเลขผู้เสียชีวิตจากการสู้รบ ระหว่างกองกำลัง 2 ฝ่ายที่แย่งชิงการควบคุมกรุงตริโปลี ในระยะ 2 สัปดาห์เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 205 ศพ และบาดเจ็บอีก 913 คน โดยการสู้รบเปิดฉากขึ้นเมื่อวันที่ 4 เม.ย. เมื่อกองกำลังรัฐบาลภาคตะวันออก ในนาม กองทัพแห่งชาติลิเบีย หรือ แอลเอ็นเอ ภายใต้การนำของ จอมพลคาห์ลิฟา ฮาฟตาร์ บุกโจมตีกรุงตริโปลี ซึ่งอยู่ในการควบคุมของรัฐบาลที่องค์การสหประชาชาติให้การยอมรับ ในนาม รัฐบาลข้อตกลงแห่งชาติ หรือ จีเอ็นเอ 
การสู้รบที่ส่อเค้ากลายเป็นสงครามกลางเมืองเต็มรูปแบบ ซ้ำรอยช่วงโค่นล้มอดีตผู้นำเผด็จการ โมอัมมาร์ กัดดาฟี ในปี พ.ศ. 2554 ตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนกลายเป็นผู้พลัดถิ่นกว่า 25,000 คนแล้ว.

ภาพ - AFP
คลิป - TIME

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 13