อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 22 พฤษภาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 22 พฤษภาคม 2562

คำสั่งสถานการณ์ฉุกเฉินมีผลบังคับใช้ทั่วศรีลังกา

คำสั่งสถานการณ์ฉุกเฉินมีผลบังคับใช้แล้วทั่วศรีลังกา ขณะที่การสืบสวนสอบสวนตอนนี้พุ่งไปที่กลุ่มหัวรุนแรงท้องถิ่น "เอ็นทีเจ" และการประสานงาน "ที่ล้มเหลว" ระหว่างรัฐบาลกับหน่วยข่าวกรอง ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดเหตุวินาศกรรมครั้งร้ายแรง ที่มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 300 คน อังคารที่ 23 เมษายน 2562 เวลา 07.30 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโคลัมโบ ประเทศศรีลังกา เมื่อวันที่ 23 เม.ย. ว่าคำสั่งสถานการณ์ฉุกเฉินมีผลบังคับใช้ครอบคลุมทั่วทั้งศรีลังกาตั้งช่วงเวลาเที่ยงคืนของวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น ( 01.30 น. ตามเวลาในประเทศไทย ) ซึ่งจะเป็นการเพิ่มอำนาจให้กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทั้งทหารและตำรวจ ในการตรวจค้น จับกุมและสอบปากคำผู้ต้องสงสัยโดยไม่จำเป็นต้องรอการอนุมัติจากศาล ขณะที่คำสั่งเคอร์ฟิวในเวลากลางคืนซึ่งรัฐบาลรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่มีผลติดต่อกันเป็นคืนที่ 2 แล้ว







ตอนนี้ทุกฝ่ายทั้งในและต่างประเทศพุ่งความสนใจไปที่ประเด็น "การประสานงาน" ระหว่างรัฐบาลกับหน่วยข่าวกรองของศรีลังกา ว่าอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้เกิดเหตุวินาศกรรมครั้งรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ผ่านพ้นยุคสงครามกลางเมืองกับกองทัพพยัคฆ์ปลดปล่อยทมิฬอีแลม ซึ่งการสู้รบยาวนานระหว่างปี 2526 ถึง 2552 และมีผู้เสียชีวิตประมาณ 100,000 คนหรือไม่ หลังมีรายงานว่าหน่วยข่าวกรองของศรีลังกาส่งรายงานไปยังกระทรวงกลาโหมเมื่อวันที่ 4 เม.ย. ที่ผ่านมา เกี่ยวกับกลุ่มเตาฮีธ จามาอัธแห่งชาติ ( เอ็นทีเจ ) และกระทรวงกลาโหมส่งเรื่องต่อไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งกระจายข่าวต่อให้กับหน่วยงานย่อยในสังกัดเมื่อวันที่ 11 เม.ย. โดยข้อมูลที่มีการแจ้งเตือนกันเป็นการภายในรวมถึงเบาะแสจากหน่วยข่าวกรองของสหรัฐและอินเดีย เกี่ยวกับ "ความเป็นไปได้" ในการก่อวินาศกรรมของเอ็นทีเจ และรายชื่อบุคคลต้องสงสัยเป็นสมาชิกของกลุ่มด้วย



นายกรัฐมนตรีรานิล วิกรมสิงเห เดินทางไปยังหนึ่งในโบสถ์ที่เป็นเป้าหมายของการก่อวินาศกรรม
 
อย่างไรก็ตาม ไม่เป็นที่แน่ชัดว่าประธานาธิบดีไมตรีปาละ สิริเสนา ทราบข้อมูลเรื่องนี้มากเพียงใด ด้านนายกรัฐมนตรีรานิล วิกรมสิงเห กล่าวว่าคณะรัฐบาลไม่เคยได้รับรายงานเรื่องนี้ ซึ่งหากเป็นความจริงถือเป็น "ความล้มเหลวครั้งยิ่งใหญ่" ของระบบหน่วยข่าวกรองศรีลังกา



แม้เอ็นทีเจยังไม่เคยออกมาแสดงท่าทีเกี่ยวกับเหตุวินาศกรรมเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการระเบิดโบสถ์ 3 แห่ง โรงแรมหรู 3 แห่ง ระเบิดใกล้สวนสัตว์แห่งชาติ และระเบิดที่บ้านพักซึ่งเจ้าหน้าที่บุกเข้าตรวจค้นพอดี คร่าชีวิตเจ้าหน้าที่ 3 นาย แต่พนักงานสอบสวนยืนยันแล้วว่าเอ็นทีเจอยู่เบื้องหลัง และอาจได้รับ "ความสนับสนุนจากต่างชาติ" ขณะที่บรรยากาศในกรุงโคลัมโบยังปกคลุมไปด้วยความตึงเครียดและความหวาดกลัว เมื่อหน่วยตรวจสอบและเก็บกู้วัตถุระเบิด ( อีโอดี ) ปลดชนวนระเบิด 87 ลูก เฉพาะที่สถานีขนส่งโคลัมโบ และความพยายามเก็บกู้วัตถุระเบิดที่โบสถ์แห่งหนึ่งซึ่งเป็นเป้าหมายครั้งแรกด้วย แม้มีเสียงดังสนั่นและกลุ่มควันคละคลุ้ง แต่โชคดีไม่มีผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บ


กลุ่มควันที่เกิดขึ้นจากความพยายามเก็บกู้ระเบิดของหน่วยอีโอดี ที่โบสถ์แห่งหนึ่ง ในกรุงโคลัมโบ
 



สำหรับจำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุวินาศกรรมครั้งนี้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นมากกว่า 300 คนแล้ว ในจำนวนนี้เป็นชาวต่างชาติประมาณ 30 คน จากอย่างน้อย 12 ประเทศ รวมถึงสหรัฐ สหราชอาณาจักร จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เดนมาร์ก ออสเตรเลีย และสเปน อีกทั้งยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 500 คน ส่วนสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโคลัมโบ ประกาศเปิดให้บริการ "อย่างจำกัด" ในวันอังคารที่ 23 เม.ย. นี้.

เครดิตภาพ : AP,AFP
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 11