อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 25 พฤษภาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 25 พฤษภาคม 2562

สหรัฐเตรียมเลิกผ่อนผันการนำเข้าน้ำมันจากอิหร่าน

รัฐบาลวอชิงตันจะยุติ "มาตรการผ่อนผัน" ให้แก่หลายประเทศในการนำเข้าพลังงานจากอิหร่าน นับตั้งแต่เดือนหน้าเป็นต้นไป หากประเทศยังคงทำธุรกรรมกับรัฐบาลเตหะรานในเรื่องนี้ต่อ อาจต้องเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐ อังคารที่ 23 เมษายน 2562 เวลา 08.10 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 22 เม.ย. ว่านายไมค์ ปอมเปโอ รมว.กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ แถลงเมื่อวันจันทร์ ว่าข้อยกเว้นเป็นกรณีพิเศษให้แก่ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อินเดีย ไต้หวัน กรีซ อิตาลี และตุรกี ในการนำเข้าก๊าซธรรมชาติและน้ำมันดิบจากอิหร่านตั้งแต่เดือนพ.ย. ปีที่แล้ว จะหมดอายุในวันที่ 1 พ.ค. นี้ หมายความว่านับตั้งแต่วันที่ 2 พ.ค. เป็นต้นไป ไม่ว่าประเทศใดก็ตามยังคงทำการค้าขายด้านพลังงานกับรัฐบาลเตหะราน แม้ไม่ได้อยู่ในกลุ่มประเทศได้รับการยกเว้นข้างต้น จะเผชิญกับความเสี่ยงสูงต่อการถูกคว่ำบาตรจากรัฐบาลวอชิงตัน

นายไมค์ ปอมเปโอ รมว.กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ
 
ทั้งนี้ ปอมเปโอกล่าวอย่างตรงไปตรงมา ว่าเป้าหมายของสหรัฐในเรื่องนี้ไม่ซับซ้อน นั่นคือ "การตัดท่อน้ำเลี้ยง" ของอิหร่านเพิ่มอีกทางและเป็นช่องทางสำคัญในการสร้างรายได้ให้แก่ประเทศด้วย "ให้เหลือเป็นศูนย์" และประชาคมโลกควรหันไปหาแหล่งพลังงานจากประเทศอื่น ซึ่งเบื้องต้นมีการประเมินว่าการส่งออกพลังงานของอิหร่านสร้างรายได้เข้าประเทศปีละประมาณ 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 1.58 ล้านล้านบาท ) โดยรัฐบาลวอชิงตันของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทยอยกลับมารื้อฟื้นและออกมาตรการกดดันทางเศรษฐกิจเพิ่มเติมต่ออิหร่าน นับตั้งแต่ถอนตัวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์เมื่อเดือนพ.ค. ปีที่แล้ว
 


เพียงไม่นานหลังรัฐบาลวอชิงตันประกาศเรื่องดังกล่าว กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน ( ไออาร์จีซี ) ออกแถลงการณ์ว่าหากสหรัฐ "ไม่ทบทวน" เรื่องนี้ อิหร่านพร้อมตอบโต้ด้วยการปิดช่องแคบฮอร์มุซบริเวณปากอ่าวเปอร์เซีย "เพื่อตอบโต้" ด้านกระทรวงการต่างประเทศของอินเดียออกแถลงการณ์ว่า "กำลังศึกษารายละเอียด" ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศจีนและตุรกีออกแถลงการณ์มีเนื้อหาไปในทางเดียวกัน คือประณามและไม่มีทางยอมรับ "มาตรการคว่ำบาตรฝ่ายเดียว" ซึ่งหลายฝ่ายคาดการณ์ว่ามีความเป็นไปได้น้อยมาก ที่รัฐบาลปักกิ่งจะ "ยอมรับและปฏิบัติตาม" สหรัฐในเรื่องนี้ และจะเป็นความท้าทายทางการทูตครั้งใหม่ของรัฐบาลทรัมป์ ซึ่งยังคงเจรจาการค้าและภาษีกับอีกฝ่ายไม่ลงตัว.

เครดิตภาพ : AFP
   
   

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

บอกต่อ : 18