อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 19 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 19 สิงหาคม 2562

'ทรัมป์'ประกาศภาวะฉุกเฉิน ห้ามใช้อุปกรณ์สื่อสารของจีน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศ "สถานการณ์ฉุกเฉินด้านเทคโนโลยี" เพื่อปกป้องอินเทอร์เน็ตและเทคโนโลยีสารสนเทศของสหรัฐ "จากการรุกราน" แม้ไม่ได้พาดพิงชื่อประเทศหรือบริษัทใด แต่ทุกฝ่ายเชื่อว่าเป็นการพุ่งเป้าไปที่บริษัทหัวเว่ยของจีน พฤหัสบดีที่ 16 พฤษภาคม 2562 เวลา 07.23 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 15 พ.ค.ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหาร เมื่อวันพุธ ประกาศ "สถานการณ์ฉุกเฉินด้านเทคโนโลยี" เพื่อพิทักษ์ระบบโครงข่ายอินเตอร์เน็ตและเทคโนโลยีสารสนเทศของสหรัฐจาก "การรุกรานโดยศัตรู" ทั้งนี้ คำสั่งของผู้นำสหรัฐไม่ได้ระบุชื่อของบริษัทหรือพาดพิงถึงประเทศหนึ่งประเทศใดอย่างเจาะจง แต่มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์เสนอร่างแนวทางปฏิบัติเรื่องนี้ภายใน 150 วัน และทำเนียบขาวยืนยันว่าคำสั่งดังกล่าวของทรัมป์ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
 

 
ขณะที่คณะกรรมการสารสนเทศกลาง ออกแถลงการณ์แสดงความพึงพอใจต่อการเคลื่อนไหวของทำเนียบขาว ว่าเป็นก้าวย่างสำคัญในการปกป้องเครือข่ายเทคโนโลยีของประเทศ โดยเนื้อหาตอนหนึ่งของคำสั่งระบุด้วยว่าผู้ประกอบการของสหรัฐต้องขอใบอนุญาตจากรัฐบาลกลาง ในกรณีต้องการมีความร่วมมือกับบริษัทด้านเทคโนโลยี "แห่งใดก็ตาม" จากจีน

สำนักงานของหัวเว่ย ที่เมืองพลาโน ในรัฐเทกซัส
 
อย่างไรก็ตาม การที่ทรัมป์ประกาศคำสั่งในช่วงที่บรรยากาศของสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนทวีความตึงเครียดรอบใหม่ จากการที่ต่างฝ่ายกลับมาขึ้นภาษีสินค้าสำคัญของกันและกันในอัตราสูงอีกครั้ง ทำให้ทุกฝ่ายเชื่อว่า มาตรการครั้งนี้น่าจะเป็นการพุ่งเป้าไปที่บริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยีของจีนโดยตรง ซึ่งพัฒนาแบบก้าวกระโดดมาอยู่แถวหน้าของการเป็นผู้พัฒนาระบบโครงข่าย 5 จี และอุปกรณ์ด้านการสื่อสารอีกหลายประเภท เนื่องจากเมื่อต้นปีนี้สภาคองเกรสผ่านกฎหมายห้ามหน่วยงานในสังกัดของรัฐบาลกลางมีความร่วมมือไม่ว่าในด้านใดก็ตามกับหัวเว่ย ซึ่งเรียกเสียงวิจารณ์อย่างหนักจากรัฐบาลปักกิ่ง ว่าทรัมป์ "ลุแก่อำนาจ" และเป็นฝ่าย "กีดกันทางการค้า" อย่างเจาะจงต่อประเทศอื่นอย่างชัดเจน

นายเดวิด หวัง ประธานฝ่ายบริหารการลงทุนของหัวเว่ย แถลงที่กรุงปักกิ่ง
 
ด้านนายเดวิด หวัง ประธานฝ่ายบริหารการลงทุนของหัวเว่ย กล่าวว่าสหรัฐไม่ใช่ "ตลาดสำคัญ" ของหัวเว่ยอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นความเปลี่ยนที่เกิดขึ้นแทบไม่ส่งผลต่อการดำเนินงานของบริษัท ซึ่งมีความเป็นมิตรกับประเทศอื่นทั่วโลก.

เครดิตภาพ : AP
   

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    75%
  • ไม่เห็นด้วย
    25%

บอกต่อ : 30