อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 18 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 18 กันยายน 2562

"สหรัฐ"ปล่อยเงินช่วยเกษตรกรเพิ่มอีก 5 แสนล้านบาท

รัฐบาลสหรัฐของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศกองทุนช่วยเหลือเกษตรกรในประเทศงวดที่สองอีก 500,000 ล้านบาท โดยกล่าวด้วยว่าเงินส่วนหนึ่งจะมาจากภาษีที่เรียกเก็บเพิ่มจากจีน ศุกร์ที่ 24 พฤษภาคม 2562 เวลา 09.00 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 23 พ.ค. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงเมื่อวันพฤหัสบดี ประกาศงบประมาณฉุกเฉินวงเงิน 16,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 509,600 ล้านบาท ) เพื่อช่วยเหลือ "เกษตรกรชาวอเมริกันทุกคนซึ่งถูกจีนโจมตี" โดยกล่าวด้วยว่าเงินส่วนหนึ่งจะมาจากการที่รัฐบาลปักกิ่งต้องจ่ายภาษีเพิ่มขึ้นในอัตรา 25% ต่อสินค้านำเข้าจากอเมริกา 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 6.37 ล้านล้านบาท )
 

ทั้งนี้ วงเงินช่วยเหลือดังกล่าวเพิ่มขึ้นจาก 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อปีที่แล้ว ( ราว 382,200 ล้านบาท ) โดยเกษตรกรผู้ปลูกถั่วเหลือและเลี้ยงหมูได้รับผลกระทบมากที่สุด ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กระทรวงเกษตรของสหรัฐออกแถลงการณ์ยืนยันว่า รัฐบาลปักกิ่งยกเลิกรายการสั่งซื้อเนื้อหมู 3,247 เมตริกตันจากอเมริกา คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย 6,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 206,960 ล้านบาท ) มากที่สุดในรอบกว่า 1 ปี ทำลายความหวังของเกษตรกรผู้เลี้ยงเนื้อหมูในสหรัฐ ว่าจีนน่าจะยังคงนำเข้าเนื้อหมูจากอเมริกา เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์สุกรแอฟริกัน ( เอเอสเอฟ ) ที่เกิดขึ้นในมากกว่า 20 มณฑลตั้งแต่กลางปีที่แล้ว

ร้ายขายเนื้อแห่งหนึ่ง ที่กรุงปักกิ่ง

ไร่ถั่วเหลืองแห่งหนึ่งในรัฐไอโอวา
 
ขณะที่ขณะที่ราคาสัญญาซื้อขายถั่วเหลืองล่วงหน้าในตลาดชิคาโก งวดเดือนมิ.ย. ทำสถิติร่วงลงต่ำสุดในรอบ 10 ปี โดยจีนลดการสั่งซื้อถั่วเหลืองจากสหรัฐมากถึง 75% เมื่อปีที่แล้ว และหันไปนำเข้าสินค้าแบบเดียวกันจากอเมริกาใต้แทน

ด้านนายซอนนี เปอร์ดู รมว.กระทรวงเกษตรของสหรัฐ วิจารณ์ว่ารัฐบาลปักกิ่ง "ละเมิดข้อตกลง" และโยนเผือกร้อนให้อีกฝ่ายว่าสถานการณ์นับจากนี้ขึ้นอยู่กับจีน ส่วนเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคนของรัฐบาลปักกิ่ง รวมถึงนายหวัง อี้ รมว.กระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่าจีนไม่ทราบว่าข้อตกลงของสหรัฐ "หมายถึงข้อตกลงแบบใด" แต่รัฐบาลปักกิ่งจะไม่มีวันยอมลงนามในข้อตกลงที่ปราศจาก "ความเท่าเทียม".
    
เครดิตภาพ : AP,REUTERS
    

    
   

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    83%
  • ไม่เห็นด้วย
    17%

บอกต่อ : 21