อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 2 ธันวาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 2 ธันวาคม 2564

จีนจวกสหรัฐ "ก่อการร้ายทางเศรษฐกิจ"

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงการต่างประเทศจีนกล่าวว่า สงครามการค้าที่สหรัฐเป็นฝ่ายจุดชนวน ไม่ต่างอะไรกับ “การก่อการร้ายทางเศรษฐกิจอย่างชัดเจน” ศุกร์ที่ 31 พฤษภาคม 2562 เวลา 07.07 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 31 พ.ค.ว่านายจาง ฮั่นฮุน รมช.กระทรวงการต่างประเทศของจีน กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี ว่าพฤติการณ์ใดก็ตามที่มีเจตนามุ่งให้เกิดความขัดแย้งทางการค้าไม่ต่างอะไรกับ “การก่อการร้ายทางเศรษฐกิจอย่างโจ่งแจ้ง” “อาชญากรรมทางเศรษฐกิจ” และ “การข่มขู่ทางเศรษฐกิจ” รัฐบาลปักกิ่งคัดค้านมาตรการกีดกันทางการค้าทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการคว่ำบาตรหรือการตั้งกำแพงภาษี อย่างไรก็ตาม จีนไม่กลัวที่จะต้องเข้าสู่สมรภูมิทางการค้าในครั้งนี้ แม้ทั้งรัฐบาลปักกิ่งและคู่กรณีต่างตระหนักดีอยู่แล้วว่า การต่อสู้ทางการค้ามีแต่ก่อให้เกิดผลกระทบร้ายแรง ไม่เพียงแต่เฉพาะกับคู่ขัดแย้ง แต่จะสร้างแรงกระเพื่อมเป็นลูกโซ่ไปยังระบบเศรษฐกิจทั้งโลก
 

 
นายจางกล่าวต่อไปอีกว่า ในขณะที่จีนต้องบริหารจัดการกับ “ความท้าทายจากภายนอก”  ต่อสถานการณ์ภายในประเทศจีนก็ต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ชาวจีนทั้งมวลว่า รัฐบาลสามารถปกป้องอธิปไตยและเอกราชทางเศรษฐกิจ เพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้อย่างราบรื่นในทุกด้าน

เหมืองแร่ “แรร์-เอิร์ธ” ในเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน ทางตอนเหนือของจีน

ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ของจีนออกแถลงการณ์ในวันเดียวกัน ว่ารับบาลปักกิ่งพร้อมจำหน่ายสินแร่หายากหรือ “แรร์-เอิร์ธ” ( Rare-earth elements ) ให้แก่ทุกประเทศ แต่ต้องไม่ใช้ประเทศที่ซื้อสินค้าไปแล้วนำไปผลิตสินค้าเพื่อนำมา “เพิ่มแรงกดดัน” ให้แก่จีน แม้ไม่ได้เอ่ยชื่อประเทศใด แต่ยิ่งสอดคล้องกับรายงานของสื่อกระแสหลักในจีนทุกแห่ง ว่าการที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน เดินทางไปยังบริษัทผลิตสินแร่หากยากในมณฑลเจียงซี เพียงไม่กี่วันหลังวอชิงตันประกาศขึ้นบัญชีดำบริษัทหัวเว่ยนั้น "ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ" และการที่รัฐบาลปักกิ่งจะใช้สินแร่หายากเป็นเครื่องมือตอบโต้อเมริกาหรือไม่นั้น "ไม่ใช่ความลับ"
 
ทั้งนี้ ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐกับจีนร้อนระอุยิ่งขึ้นเมื่อทรัมป์ประกาศ “สถานการณ์ฉุกเฉินทางเทคโนโลยี” เมื่อวันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งมีความหมายโดยนัยคือการคว่ำบาตรบริษัทหัวเว่ย แต่ต่อมากระทรวงพาณิชย์ของสหรัฐประกาศมาตรการผ่อนผัน 90 วัน จนถึงวันที่ 19 ส.ค.นี้ และมีแนวโน้มว่าอาจมีการต่อเวลาด้วย.

เครดิตภาพ : REUTERS

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    95%
  • ไม่เห็นด้วย
    5%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 42