อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 30 พฤศจิกายน 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 30 พฤศจิกายน 2564

'ทรัมป์'ขึ้นภาษีบีบเม็กซิโก แก้ปัญหาผู้อพยพผิดกฎหมาย

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขึ้นภาษีสินค้าของเม็กซิโกอีก 5% นับตั้งแต่วันที่ 10 มิ.ย.นี้ เพื่อเพิ่มแรงกดดันให้แก่ประเทศเพื่อนบ้านทางใต้ในการสกัดคาราวานผู้อพยพผิดกฎหมาย ศุกร์ที่ 31 พฤษภาคม 2562 เวลา 12.00 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตันประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่31 พ.ค.ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ทรัมป์ ทวีตข้อความเมื่อวันพฤหัสบดี ว่าสหรัฐจะเพิ่มภาษีสินค้านำเข้าทุกรายการจากเม็กซิโก“ทุกประเภท” ในอัตราอีก 5% เริ่มตั้งแต่วันจันทร์ที่ 10 มิ.ย.เป็นต้นไป ขณะเดียวกันผู้นำสหรัฐยังกล่าวถึงการทยอยเพิ่มกำแพงภาษีต่อสินค้าของเม็กซิโกอีก จนกว่าอีกฝ่ายจะสามารถจัดการกับคาราวานผู้อพยพที่เดินทางผ่านประเทศของตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่านี้
 


แม้ทรัมป์ยังไม่ได้กล่าวว่าเม็กซิโกจะต้องเผชิญกับกำแพงภาษีแบบขั้นบันไดอีกเท่าไร แต่แถลงการณ์ของทำเนียบขาวระบุว่า “หากสถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น” กำแพงภาษีของสหรัฐต่อสินค้าของเม็กซิโกจะเพิ่มเป็น 10% ในวันที่ 1 ก.ค.นี้จากนั้นค่อยเพิ่มครั้งละ5% เรื่อยไปจนถึงอัตราสูงสุดคือ 25% ที่ตามกำหนดการของรัฐบาลวอชิงตันคือวันที่ 1 ต.ค.

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของรัฐบาลวอชิงตันเกิดขึ้นเพียงวันเดียว หลังสำนักงานลาดตระเวนพรมแดนสหรัฐ( ยูเอสบีพี ) รายงานการสกัดคาราวานผู้อพยพผิดกฎหมาย 1,036 คน ที่เมืองเอลปาโซ ทางตอนใต้ของรัฐเทกซัส ถือเป็นสถิติการยับยั้งการลักลอบเข้าเมืองของผู้อพยพได้มากที่สุดภายในวันเดียว นับตั้งแต่ทรัมป์รับตำแหน่งผู้นำสหรัฐเมื่อปลายเดือนม.ค. 2560



ขณะที่ประธานาธิบดีอันเดรส มานูเอล โลเปซ โอบราดอร์ ผู้นำเม็กซิโก แสดงท่าทีประนีประนอมต่อการที่สหรัฐเตรียมิดิ่มแรงกดดันเรื่องผู้อพยพต่อเม็กซิโกผ่านการใช้มาตรการแข็งกร้าวทางการค้า ว่าเขาไม่ต้องการเผชิญหน้า แต่คาดหวังการเจรจากับรัฐบาลวอชิงตันมากกว่า เพื่อร่วมกันแสวงหาแนวทางอื่น“ที่ดีกว่านี้” ในการแก้ไขปัญหาผู้อพยพผิดกฎหมาย ด้านนายชัค แกรสลีย์ วุฒิสมาชิกรัฐไอโอวาของพรรครีพับลิกัน ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการด้านการเงินของวุฒิสภาสหรัฐ เตือนว่าการเชื่อมโยงปัญหาผู้อพยพกับกำแพงภาษี อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของความร่วมมือการค้าไตรภาคี "ข้อตกลงสหรัฐ-เม็กซิโก-แคนาดา" ( ยูเอสเอ็มซีเอ) ที่ทั้งสามประเทศลงนามร่วมกันเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว สำหรับใช้แทนที่ความตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ ( นาฟตา ).

เครดิตภาพ : AFP

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    75%
  • ไม่เห็นด้วย
    25%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 36