อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 2 ธันวาคม 2564

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 2 ธันวาคม 2564

มือปืนเวอร์จิเนียลาออกก่อนก่อเหตุ

วิศวกรเทศบาลเมืองเวอร์จิเนีย บีช มือปืนผู้ก่อเหตุยิงเพื่อนร่วมงานดับ 12ศพในอาคารสำนักงานเทศบาลเมืองท่าตากอากาศในสหรัฐ ได้ยื่นใบลาออกจากตำแหน่งไม่กี่ชั่วโมงก่อนก่อเหตุโดยส่งอีเมล จันทร์ที่ 3 มิถุนายน 2562 เวลา 09.49 น.


สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากเมืองเวอร์จิเนีย บีช รัฐเวอร์จิเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 3 มิ.ย.ว่า นายเดอเวย์น แครดด็อก วัย 40 ปี ซึ่งทำงานในตำแหน่งวิศวกรของฝ่ายโยธาธิการเทศบาลเมืองเวอร์จิเนีย บีช เมืงท่าตากอากาศของรัฐเวอร์จิเนียมานานถึง 15 ปี ก่อนเหตุก่อเหตุกราดยิงเพื่อนร่วมงานในสำนักงานเทศบาลเมืองเมื่อวันศุกร์ที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา ยังผลให้มีผู้เสียชีวิต 12 ศพและบาดเจ็บอีก 4 คน
ตามรายงานของกลุ่มสังเกตการณ์หอจดหมายเหตุด้านความรุนแรงจากอาวุธปืน ตั้งอยู่ในกรุงวอชิงตันระบุว่า เหตุกราดยิงที่เกิดขึ้นนับเป็นครั้งที่ 150 แล้วในสหรัฐอเมริกาในปีนี้ โดยนับจากจำนวนผู้ที่ถูกยิงหรือเสียชีวิตมากกว่า 4 ศพขึ้นไป
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐได้ไปร่วมพิธีทางศาสนาในโบสถ์แห่งหนึ่งในรัฐเวอร์จิเนีย นอกกรุงวอชิงตัน โดยสวมชุดสูทแต่ไม่ผูกเน็คไท แล้วยังสวดมนต์เพื่ออุทิศให้กับผู้วายชนม์จากเหตุกราดยิง
แม้เจ้าหน้าที่ยังไม่รายละเอียดของปมสังหาร แต่นายเดฟ แฮนเซ่น ผู้จัดการเทศบาลเมืองเวอร์จิเนีย บีช กล่าวยืนยันในระหว่างการแถลงข่าวว่า นายแครดด็อกได้แจ้งผู้บังคับบัญชาล่วงหน้า 2 สัปดาห์เรื่องการลาออกจากตำแหน่งตามระเบียบในวันก่อเหตุ โดยส่งทางอีเมล ดังนั้นจึงยังถือว่าเขาไม่ได้ถูกไล่ออกหรือกำลังอยู่ในระหว่างกระบวนการให้ออก การทำงานของเขาก็ยังเป็นที่น่าพอใจและไม่เคยถูกตรวจสอบเรื่องผิดวินัย อย่างไรก็ตาม ตำรวจต้องการดูใบลาออกดังกล่าว
นายแครดด็อกกราดยิงไม่เลือกหน้าทั้งอาคาร 3 ชั้นของสำนักงานเทศบาล สังหารเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายเป็นชาย 7 คนและผู้หญิง 5 คน ทั้งหมดเว้น 1 คนทำงานให้กับเทศบาลเมืองเวอร์จิเนีย บีช ระยะห่างขับรถจากวอชิงตันเพียง 4 ชั่วโมงเท่านั้น เขาใช้อาวุธปืน .45 คาลิเบอร์ 2 กระบอกในการก่อเหตุ ซึ่งซื้อหามาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และยังโหลดกระสุน 7 ครั้งระหว่างก่อเหตุ แต่ก็ถูกตำรวจยิงเสียชีวิตระหว่างยิงต่อสู้
ทั้งนี้กฎหมายครอบครองอาวุธปืนในสหรัฐอเมริกาถือว่าเป็นกฎหมายที่ละหลวมอย่างยิ่งในประเทศที่พัฒนาแล้ว ฝ่ายนิติบัญญัติพยายามแก้ไขปรับปรุงแล้วแต่ก็ไม่สำเร็จ

เครดิตภาพAFP

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

ความคิดเห็น

บอกต่อ : 45