อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 22 กรกฎาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 22 กรกฎาคม 2562

อิหร่านปฏิเสธโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในอ่าวโอมาน

สถานการณ์ในตะวันออกกลางร้อนระอุมากยิ่งขึ้นอีก เมื่อสหรัฐกล่าวหาอิหร่านเป็นผู้ก่อเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 2 ลำกลางอ่าวโอมาน ด้านรัฐบาลเตหะรานปฏิเสธ ศุกร์ที่ 14 มิถุนายน 2562 เวลา 11.16 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน เมื่อวันที่ 14 มิ.ย.ว่าสืบเนื่องจาก“เหตุวินาศกรรม” ที่เป็นการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันขนาดยักษ์ 2 ลำของนอร์เวย์และญี่ปุ่น บริเวณอ่าวโอมาน ที่อยู่ปลายช่องแคบฮอร์มุซ หนึ่งในเส้นทางเดินเรือสายสำคัญของโลกซึ่งตั้งอยู่ในตะวันออกกลาง เมื่อวันพฤหัสบดี ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้อย่างหนักบนเรือทั้งสองลำ เคราะห์ดีลูกเรือทั้ง 44 คนแบ่งเป็น 21 คนบนเรือ“โคคุกะ คอเรเจียส” ของญี่ปุ่น และอีก 23 คนบนเรือ “ฟร้อนต์ อัลแตร์” ของนอร์เวย์ ได้รับการช่วยเหลืออย่างปลอดภัยโดยเรือลาดตระเวนของกองทัพสหรัฐ และกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน ( ไออาร์จีซี ) ซึ่งอยู่ในบริเวณนั้น
 


แม้หลังเกิดเหตุยังไม่มีกลุ่มก่อการร้ายหรือบุคคลกลุ่มใดออกมาแสดงท่าทีรับสมอ้างอยู่เบื้องหลัง แต่นายไมค์ปอมเปโอรมว.กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่ารัฐบาลเตหะราน “เกี่ยวข้องโดยตรง” กับเหตุการณ์นี้ โดยประเมินจากข้อมูลข่าวกรองเกี่ยวกับประเภทของอาวุธที่ใช้ก่อการ ซึ่งเป็นแบบเดียวกับเหตุโจมตีเรือบรรทุกน้ำมัน 3 ลำในบริเวณเดียวกันนี้เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา


 


ขณะที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอสซี ) ประชุมกันในวันเกิดเหตุพอดี แต่นายมานซูร์อัล-โอไทบี เอกอัครราชทูตคูเวตประจำยูเอ็น ในฐานะประธานหมุนเวียนประจำเดือนมิ.ย. ของยูเอ็นเอสซี กล่าวว่าที่ประชุมไม่ได้หรือกันเกี่ยวกับสถานการณ์ตึงเครียดครั้งล่าสุดที่ช่องแคบฮอร์มุซ ด้านสำนักงานคณะผู้แทนถาวรของอิหร่านประจำสหประชาชาติออกแถลงการณ์ว่าคำกล่าวหาของสหรัฐ “ไม่มีหลักฐาน” และเป็นเรื่องย้อนแย้งอย่างยิ่ง ที่ประเทศซึ่งแสดงพฤติการณ์ผิดกฎหมายต่ออิหร่านมาตลอดนับตั้งแต่ถอนตัวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์ กลับเป็นฝ่ายเรียกร้องให้มีการดำเนินการตรวจสอบเรื่องนี้ตามหลักการทูตระหว่างประเทศ


จากซ้ายไปขวา : ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ และอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี
 


อนึ่ง เป็นที่น่าสังเกตว่าหนึ่งในเรือลำที่ถูกโจมตีคราวนี้เป็นของญี่ปุ่น และเหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงที่นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ เป็นผู้นำญี่ปุ่นคนแรกซึ่งเยือนกรุงเตหะรานอย่างเป็นทางการ นับตั้งแต่ผ่านพ้นยุคปฏิวัติอิหร่าน ซึ่งมีการวิเคราะห์ด้วยว่าอาเบะอาจทำหน้าที่ “ผู้ส่งสาร” จากรัฐบาลทรัมป์ถึงรัฐบาลเตหะราน นอกเหนือจากการหารือกับอิหร่านในเรื่องที่ญี่ปุ่นจำเป็นต้องระงับการซื้อน้ำมันดิบจากอิหร่านตามแรงกดดันของสหรัฐ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเป็นหนึ่งในลูกค้ารายใหญ่มาตลอด และก่อนเกิดเหตุเพียงไม่กี่ชั่วโมงผู้นำญี่ปุ่นเข้าพบอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ซึ่งกล่าวว่าทรัมป์ “ไม่ควรค่าแก่การเจรจาด้วย” และคาเมเนอียังเตือนอาเบะอีกว่า "อย่าไว้ใจสหรัฐให้มากนัก".

เครดิตภาพ : AFP

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%