อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 20 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 20 พฤศจิกายน 2562

ซาอุฯเรียกร้อง "มาตรการเด็ดขาด" ต่อเหตุโจมตีเรือน้ำมัน

ซาอุดีอาระเบียเรียกร้องการใช้ "มาตรการรวดเร็วและเด็ดขาด" ต่อผู้อยู่เบื้องหลังเหตุวินาศกรรมเรือบรรทุกน้ำมันของนอร์เวย์และญี่ปุ่น ในอ่าวโอมาน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน 2562 เวลา 08.24 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงริยาด ประเทศซาอุดีอาระเบีย เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ว่าหนังสือพิมพ์อาชาร์ก อัล-อาวซัต หนึ่งในกระบอกเสียงของรัฐบาลริยาด ตีพิมพ์บทพระราชทานสัมภาษณ์ของเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย ในฉบับเมื่อวันเสาร์ ว่ารัฐบาลริยาดไม่ประสงค์ให้เกิดสงครามครั้งใหม่ในตะวันออกกลาง แต่ไม่อาจเพิกเฉยต่อ "พฤติการณ์คุกคามใดก็ตาม" ที่มีแนวโน้มส่งผลต่อประชาชน อธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน ตลอดจนผลประโยชน์ของซาอุดีอาระเบีย
 

 
ทั้งนี้ แน่นอนว่าเจ้าชายโมฮัมเหม็ดทรงหมายความถึง "เหตุวินาศกรรม" โจมตีเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ 2 ลำ บริเวณอ่าวโอมานที่อยู่ส่วนปลายของช่องแคบฮอร์มุซ หนึ่งในเส้นทางขนส่งน้ำมันสายสำคัญของโลก เมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้ว คือเรือ“โคคุกะ คอเรเจียส” ของญี่ปุ่น และเรือ “ฟร้อนต์ อัลแตร์” ของนอร์เวย์ โดยเรือตรวจการณ์ของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน ( ไออาร์จีซี ) ให้ความช่วยเหลือลูกเรือทั้ง 23 คนจากเรือของนอร์เวย์ ส่วนเรือลาดตระเวนของกองทัพสหรัฐให้ความช่วยเหลือลูกเรือทั้ง 21 คนจากเรือของญี่ปุ่นได้อย่างปลอดภัย
 




หลังเกิดเหตุสหรัฐกล่าวหาทันทีว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นฝีมือของอิหร่าน โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า "เขาเชื่อเช่นนั้น" หลังรับชมคลิปของฝ่ายความมั่นคง ที่อ้างว่าเจ้าหน้าที่ของไออาร์จีซีกำลังพยายามนำระเบิดด้านออกจากหนึ่งในเรือลำที่เกิดเหตุ แต่รัฐบาลเตหะรานแย้งว่าคลิปที่ไม่มีความชัดเจนเช่นนั้นไม่อาจนำมาใช้เป็น "หลักฐานเชิงประจักษ์" ได้ พร้อมทั้งตั้งข้อสังเกตว่า หนึ่งในเรือลำที่เป็นเป้าหมายเป็นของญี่ปุ่น และเหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงที่นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ เยือนกรุงเตหะรานพอดี
 


ด้านนายคาหลิด อัล-ฟาลีห์ รมว.กระทรวงน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย เรียกร้องประชาคมโลกมี "มาตรการรวดเร็วและเด็ดขาด" ต่อเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นในอ่าวโอมาน ขณะที่ชีค อับดุลเลาะห์ บิน ซาเย็ด อัล นาห์ยาน รมว.กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ( ยูเออี ) ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธมิตรสำคัญในตะวันออกกลางของรัฐบาลริยาด เรียกร้อง "การหาทางเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยในการเดินเรือและเข้าถึงแหล่งพลังงาน" หลังราคาน้ำมันดิบปรyบตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ในเวลาเดียวกัน สภาพาณิชย์นาวีสากลและเขตบอลติก ( บิมโก ) ซึ่งเป็นสมาคมเดินเรือขนส่งสินค้ารายใหญ่ของโลก รายงานว่าเรือบรรทุกสินค้าจำนวนไม่น้อยเริ่มเเลี่ยวเส้นทางผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เพราะหวั่งเกรงเรื่องความปลอดภัย.

เครดิตภาพ : AP

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 37