อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 20 กรกฎาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 20 กรกฎาคม 2562

อดีตผู้นำซูดานปรากฏตัวครั้งแรกนับตั้งแต่ถูกโค่นอำนาจ

อดีตประธานาธิบดีโอมาร์ อัล-บาเชียร์ แห่งซูดาน ปรากฏตัวต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ถูกรัฐประหารเมื่อเดือนเม.ย. ที่ผ่านมา โดยเป็นการเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาคอร์รัปชั่นจากอัยการ จันทร์ที่ 17 มิถุนายน 2562 เวลา 07.13 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงคาร์ทูม ประเทศซูดาน เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.ว่าอดีตประธานาธิบดีโอมาร์ อัล-บาเชียร์ เดินทางมายังสำนักงานอัยการสูงสุดในกรุงคาร์ทูม เมื่อวันอาทิตย์ ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนาของเจ้าหน้าที่ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาคอร์รัปชั่น ที่เกี่ยวกับการครอบครองเงินตราต่างประเทศอย่างผิดกฎหมาย และการรับสินบน ถือเป็นการปราฏตัวต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกของบาเชียร์ วัย 75 ปี ซึ่งปกครองซูดานนานถึง 30 ปี ก่อนถูกกองทัพรัฐประหารเมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา หลังจากนั้นมีการนำตัวบาเชียร์ไปคุมขังที่เรือนจำความมั่นคงสูงในกรุงคาร์ทูม และตรวจค้นบ้านพักของอดีตผู้นำซูดาน พบเงินสดหลากหลายสกุลเงิน รวมมูลค่ามากกว่า 130 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 4,063.8 ล้านบาท )
 



 
ขณะเดียวกัน แถลงการณ์ของพนักงานสอบสวนระบุด้วยว่า อดีตเจ้าหน้าที่ใกล้ชิดกับบาเชียร์อีก 41 คน ถูกสอบสวนในคดีรับและติดสินบนเช่นกัน แม้ยังไม่มีกำหนดการขึ้นศาลอย่างเป็นทางการ แต่ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นจะถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์สำคัญต่อความโปร่งใสและความยุติธรรมของคณะรัฐประหารในนามคณะมนตรีด้านการถ่ายโอนอำนาจ ( ทีเอ็มซี ) ที่ยังคงเผชิญกับการประท้วงต่อต้านจากพรรคฝ่ายค้านและภาคประชาชนหลายองค์กร นำไปสู่การกวาดล้างค่ายที่พักของผู้ชุมนุมรอบกระทรวงกลาโหม เมื่อต้นเดือนนี้ ซึ่งฝ่ายแกนนำของผู้ประท้วงยืนยันมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 128 คน แต่กระทรวงสาธารณสุขของซูดานให้จำนวนไว้ที่อย่างน้อย 61 คนเท่านั้น แต่ทีเอ็มซีประกาศด้วยว่า จะสอบสวนเจ้าหน้าที่ซึ่งใช้มาตรการรุนแรงกับผู้ชุมนุม "โดยไม่ได้รับอนุญาต"


 
อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้ทีเอ็มซียังสงวนท่าทีในประเด็นการส่งตัวบาเชียร์ไปยังกรุงเฮก เมืองหลวงทางราชการของเนเธอร์แลนด์ เพื่อเข้ารับการไต่สวนจากศาลอาญาระหว่างประเทศ ( ไอซีซี ) ในข้อหาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ อาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ จากสงครามดาร์ฟูร์ เมื่อปี 2546 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 300,000 คนตามการประเมินของสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ).

เครดิตภาพ : AP,REUTERS

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%