อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 19 กันยายน 2562

รัฐบาลเมียนมาประณาม "พระวีระธุ"

กระทรวงวัฒนธรรมของเมียนมาประณามพระวีระธุเป็นผู้ที่ไม่สมควรครองสมณเพศ ขณะที่องค์กรสงฆ์ชาตินิยมที่พระวีระธุสังกัดอยู่ วิจารณ์การที่รัฐบาลต้องการจับกุมพระวีระธุ คือการ "ทำผิดกฎหมายเสียเอง" อังคารที่ 18 มิถุนายน 2562 เวลา 09.47 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 18 มิ.ย. ว่ากระทรวงกิจการศาสนาและวัฒนธรรมของเมียนมาออกแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ ว่าบุคคลใดก็ตามซึ่งตัดสินใจเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์ แต่ไม่อาจปฏิบัติกิจของสงฆ์ได้อย่างเหมาะสมโดยเฉพาะการรักษาศีล และยังละเมิดกฎหมายในฐานะพลเมืองของรัฐ ไม่สมควรครองสมณเพศเพื่อทำหน้าที่เผยแพร่ศาสนาด้วยความบริสุทธิ์ใจอีกต่อไป
 


ทั้งนี้ รัฐบาลเมียนมาปฏิเสธให้ความเห็นว่า แถลงการณ์ดังกล่าวมีเจตนาเจาะจงตำหนิพระวีระธุ ซึ่งศาลแขวงตะวันตกของเมืองย่างกุ้งอนุมัติคำร้องของตำรวจเมื่อปลายเดือนที่แล้ว ให้ออกหมายจับพระสงฆ์หัวรุนแรงชื่อกระฉ่อนรูปนี้ ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกขนานนามว่า "บิน ลาเดน แห่งเมียนมา"  ฐานกระทำผิดกฎหมายอาญา มาตรา 124 (เอ) เกี่ยวกับการใช้ถ้อยคำรุนแรงโจมตีกลุ่มบุคคลหนึ่งอย่างจำเพาะเจาะจง เพื่อปลุกระดมและกระตุ้นให้เกิดความเกลียดชังทางเชื้อชาติและศาสนา อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามรรถจับกุมพระวีระธุได้ ขณะที่เจ้าตัวยืนยันว่ายืนยัน "ไม่หวั่นเกรง" ต่อหมายจับของทางการ และ "จะไม่หนี" พร้อมทั้งเผยด้วยว่าตอนนี้กำลังจำวัดอยู่ที่สำนักสงฆ์แห่งหนึ่งในเมืองย่างกุ้ง
 

 
ต่อมามูลนิธิพุทธรรมปรหิต ที่ในอดีตคือ "มะบะธะ" องค์กรพระสงฆ์ชาตินิยมสุดโต่งของเมียนมา ออกแถลงการณ์เมื่อวันอังคาร ซึ่งเป็นวันเดียวกับที่ศาลจะเริ่มการพิจารณาคดีของพระวีระธุแบบลับหลัง เพราะตำรวจยังจับกุมผู้ต้องหาไม่ได้ ว่าการที่รัฐบาลเมียนมาตั้งข้อหาและต้องการจับกุมพระวีระธุ กลายเป็นการที่ภาครัฐละเมิดกฎหมายเสียเอง และระบุด้วยว่าสิ่งที่พระวีระธุพูดถึงนางออง ซาน ซูจี ผู้นำเมียนมา "ล้วนเป็นเชิงบวก" แต่ย้อนกลับไปเมื่อเดือนเม.ย. ที่ผ่านมา พระวีระธุกล่าวโจมตีนางซูจี ว่านับตั้งแต่ขึ้นสู่อำนาจ เธอไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่า "การแต่งตัวสวย" แล้วเดินสายเยือนต่างประเทศเพื่อจับมือกับบุคคลมีชื่อเสียงชาวต่างชาติเท่านั้น.

เครดิตภาพ : AP

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    86%
  • ไม่เห็นด้วย
    14%

บอกต่อ : 38