อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 25 สิงหาคม 2562

ญี่ปุ่นชี้เกาหลีใต้ต้องเป็นฝ่ายฟื้นฟูความเชื่อมั่น

ญี่ปุ่นเตือนเกาหลีใต้อย่าทำให้ความขัดแย้งทางการค้าครั้งนี้บานปลาย และมองว่ารัฐบาลโซลต้องเป็นฝ่ายฟื้นฟูความเชื่อมั่น เพราะนำเรื่องในอดีตที่ "จบไปนานมากแล้ว" มาจุดประเด็นพิพาทขึ้นเอง ด้านสหรัฐเสนอตัวเป็นกาวใจ เสาร์ที่ 20 กรกฎาคม 2562 เวลา 10.16 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 20 ก.ค. ว่านายทาโร โคโนะ รมว.กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น กล่าวเมื่อวันศุกร์ หลังพบหารือกับนายนัม กวาน-พโย เอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ประจำกรุงโตเกียว ว่าญี่ปุ่น "ผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง" ต่อการที่เกาหลีใต้ปฏิเสธแสดงท่าทีไม่ว่าในด้านบวกหรือด้านลบ ต่อข้อเรียกร้องของรัฐบาลโตเกียว ซึ่งขอคำตอบภายในเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. ที่ผ่านมา เกี่ยวกับข้อเสนอในการจัดคั้งคณะทำงานไตรภาคี "โดยประเทศที่เป็นกลาง 3 ประเทศ" เพื่อแก้ไขข้อพิพาทระหว่างเกาหลีใต้กับญี่ปุ่น เกี่ยวกับประเด็นแรงงานทาสสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง


นายทาโร โคโนะ รมว.กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ( คนซ้าย ) สนทนากับนายนัม กวาน-พโย เอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ประจำกรุงโตเกียว ( คนขวา )

ขณะเดียวกัน โคโนะกล่าวด้วยว่า ญี่ปุ่นจะ "ทบทวน" นโยบายของตัวเองในเรื่องนี้ เพราะเกาหลีใต้เป็นฝ่ายทำให้ความสัมพันธ์ระดับทวิภาคีตึงเครียดขึ้นอีกครั้งเอง และมาตรการนั้นจะ "เข้มงวดมากขึ้น" แต่ปฏิเสธให้รายละเอียดเพิ่มเติม ด้านเอกอัครราชทูตเกาหลีใต้ไม่ขอให้สัมภาษณ์ในทุกประเด็น ต่อมากระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นออกแถลงการณ์ว่า เกาหลีใต้ต้องเป็นฝ่ายเรียกคืนความเชื่อมั่นจากญี่ปุ่นในกรณีนี้ เพราะเป็นผู้จุดชนวนขึ้นมาเอง
 


ทั้งนี้ ญี่ปุ่นยืนยันมาตลอดว่าข้อพิพาทเรื่องแรงงานทาสสมัยสงครามโลกครั้งที่สองนั้น  "ยุติไปนานแล้ว" ตั้งแต่การลงนามร่วมกันในข้อตกลงเมื่อปี 2508 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่ทั้งสองประเทศฟื้นฟูความสัมพันธ์ทางการทูตต่อกันด้วย อย่างไรก็ตาม ศาลฎีกาในกรุงโซลกลับมีคำพิพากษาเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว ให้บริษัทของญี่ปุ่น 2 แห่ง คือ "นิปปอน สตีล" และ "มิตซูบิชิ แมทีเรียลส์" จ่ายค่าชดเชยให้แก่ครอบครัวของแรงงานทาสที่ถูกบริษัททั้งสองแห่ง "ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง" ในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง

แผ่นป้ายรณรงค์ต่อต้านสินค้าจากญี่ปุ่น ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งในกรุงโซล

ในอีกด้านหนึ่ง ประธานาธิบดีมุน แจ-อิน ยังคงวิจารณ์การยกระดับมาตรการเข้มงวดในการส่งออกเคมีภัณฑ์หลายชนิด และวัตถุดิบทันสมัยสำหรับใช้ในการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ และหน้าจอสมาร์ทโฟนไปยังเกาหลีใต้ มีผบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 ก.ค. ที่ผ่านมา ว่าเป็นการกลั่นแกล้งทางการเมือง เพื่อสร้าง "สถานการณ์ฉุกเฉิน" ให้กับเกาหลีใต้ซึ่งส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์หลายชนิด พร้อมทั้งย้ำเรื่องการร้องเรียนต่อองค์การการค้าโลก ( ดับเบิลยูทีโอ )

ขณะที่น.ส.มอร์แกน ออร์เทกัส โฆษกหญิงกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวถึงความขัดแย้งระหว่างญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ในครั้งนี้ ว่าถือเป็น "ความท้าทาย" สำหรับรัฐบาลวอชิงตัน เนื่องจากทั้งสองประเทศล้วนเป็นพันธใตรสำคัญในภูมิภาค และสหรัฐยินดีทำหน้าที่คนกลางเพื่อคลี่คลายปัญหานี้.

เครดิตภาพ : AP,REUTERS

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 33