อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 24 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 24 สิงหาคม 2562

ดูเตร์เตชี้อิทธิพลของฟิลิปปินส์ยังสู้จีนไม่ได้

ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต กล่าวสุนทรพจน์ประจำปีต่อสภาคองเกรสในกรุงมะนิลา ยืนยันรัฐบาลต้องปกป้องอธิปไตยของประเทศ แต่ในกรณีทะเลจีนใต้ เขาอยากให้ทุกฝ่ายยอมรับว่า "อิทธิพล" ของรัฐบาลมะนิลายังสู้กับรัฐบาลปักกิ่งไม่ได้ อังคารที่ 23 กรกฎาคม 2562 เวลา 07.44 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ว่าประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต กล่าวถ้อยแถลงนโยบายประจำปีต่อรัฐสภาเป็นครั้งที่ 4 เมื่อวันจันทร์ เนื่องในวาระครบรอบ 3 ปีของการบริหารประเทศในตำแหน่งผู้นำฟิลิปปินส์ โดยสาระสำคัญของการแถลงในปีนี้เน้นไปที่ประเด็น "ความสัมพันธ์" ระหว่างรัฐบาลมะนิลากับรัฐบาลปักกิ่ง ที่แม้ยังคงมีข้อพิพาทเรื่องการอ้างกรรมสิทธิ์ทับซ้อนในทะเลจีนใต้ และการเกิดเหตุเรือประมงของจีนชนเข้ากับเรือประมงของฟิลิปปินส์ บริเวณแนวปะการังรีด ใกล้กับหมู่เกาะสแปรตลีย์ ในทะเลจีนใต้ เมื่อต้นเดือนที่แล้ว แต่ผู้ที่เข้ามาช่วยเหลือลูกเรือฟิลิปปินส์ทั้ง 22 คนกลับเป็นเรือของเวียดนาม ว่า "หาประธานาธิบดีสี จิ้นผิง บอกว่า จีนอยากจับปลาแถวนี้ ฟิลิปปินส์มีอิทธิพลพอที่จะไปห้ามหรือไม่"
 



 
ดูเตร์เตกล่าวด้วยว่า ต่อให้เขาส่งกองกำลังนาวิกโยธินชุดใหญ่พร้อมอาวุธ เดินทางโดยใช้เรือฟริเกตรุ่นล่าสุดไปไล่เรือประมงของจีนให้ออกไป เขาไม่สามารถรับรองได้ว่า ทหารของฟิลิปปินส์จะ "รอดชีวิตกลับมาครบทุกนาย" เพราะจีนมีสรรพาวุธที่รวมถึงระบบป้องกันขีปนาวุธตั้งอยู่บนเกาะเทียม ซึ่งรัฐบาลปักกิ่งขุดไว้ในทะเจีนใต้ และเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายในฟิลิปปินส์ทราบดี ทั้งนี้ ผู้นำฟิลิปปินส์ยืนยันว่า พันธกิจด้านความมั่นคงสำคัญที่สุดของรัฐบาล คือการรักษาอธิปไตยและปกป้องบูรณภาพแห่งดินแดน แต่ตอนนี้ฟิลิปปินส์ "ต้องยอมรับความจริง"


นายจ้าว เจี้ยนหัว เอกอัครราชทูตจีนประจำกรุงมะนิลา ( คนซ้าย ) สนทนากับนายทีโอโดโร ล็อกซิน จูเนียร์ รมว.กระทรวงการต่างประเทศฟิลิปปินส์

หลังจากนั้น ดูเตร์เตเปลี่ยนไปกล่าวถึงนโยบายด้านเศรษฐกิจและการค้า ที่รวมถึงการเผยว่าสภาคองเกรสกำลังหารือเรื่องการพิจารณาขึ้นภาษียาสูบและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อสุขภาพของประชาชนด้วย นอกจากนี้ ผู้นำฟิลิปปินส์ยังเรียกร้องให้สภาคองเกรสรื้อฟื้นบทลงโทษประหารชีวิตในคดีอาญาอุกฉกรรจ์ ที่เลิกไปเมื่อปี 2549 ซึ่งเรื่องนี้น่าจะเป็นการเชื่อมโยงกับนโยบายสงครามยาเสพติดและการปราบปรามอาชญากรรม ที่แม้รัฐบาลให้จำนวนผู้เสียชีวิตไว้ที่ "มากกว่า 5,300 คน" นับตั้งแต่รัฐบาลดูเตร์เตเข้ามาบริหารประเทศเมื่อกลางปี 2559 แต่บรรดาองค์กรสิทธิมนุษยชนเชื่อว่ามีมากกว่านั้น และคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอชอาร์ซี ) เตรียมสอบสวนเรื่องนี้
 



กลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านจีน ชุมนุมหน้าอาคารรัฐสภาในกรุงมะนิลา ระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ของดูเตร์เต

อนึ่ง ดูเตร์เตวัย 74 ปี ใช้เวลากล่าวสุนทรพจน์ครั้งนี้ประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง และเนื้อหาแทบทั้งหมดเป็นการ "กล่าวนอกบท" จากที่ทีมงานเตรียมไว้ให้.

เครดิตภาพ : AP

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 40