อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม 2562

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม 2562

สหรัฐชะลอขึ้นภาษีจีนรอบใหม่ ออกไปจนถึงกลางธ.ค.นี้

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าสหรัฐเลื่อนกำหนดการบังคับใช้กำแพงภาษีต่อสินค้าจีนจากเดือนก.ย. ออกไปจนถึงกลางเดือนธ.ค. นี้ ด้วยเหตุผลที่รวมถึง "ความมั่นคง ความปลอดภัย และเสถียรภาพของชาติ" พุธที่ 14 สิงหาคม 2562 เวลา 08.08 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 13 ส.ค.ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันอังคาร ว่าจากผลการประชุมทางโทรศัพท์ระหว่างผู้แทนเจรจาระดับสูงด้านการค้าของสหรัฐและจีนซึ่งผลออกมา "เป็นที่สร้างสรรค์" เขาจึงตัดสินใจชะลอคำสั่งขึ้นภาษี 10% ต่อสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 300,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 9.24 ล้านล้านบาท ) จากกำหนดการเดิมคือวันที่ 1 ก.ย. ออกไปเป็นวันที่ 15 ธ.ค. นี้ เพื่อให้โอกาสผู้บริโภคชาวอเมริกันได้จับจ่ายซื้อสินค้าเป็นของขวัญสำหรับเทศกาลคริสต์มาสได้อย่างมีความสุข เนื่องจากสินค้าจากจีนส่วนใหญ่ซึ่งอยู่ในกลุ่มต้องเผชิญกับกำแพงภาษีนั้น รวมถึงสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ของเล่น อุปกรณ์เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เสื้อผ้าและรองเท้า
 

ขณะเดียวกัน ทรัมป์กล่าวด้วยว่า ปัจจัยประกอบอื่นในการเลื่อนกำหนดการขึ้นภาษียังรวมถึง "ความมั่นคง ความปลอดภัย และเสถียรภาพของชาติ" อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหรัฐยังคงแสดงความไม่พอใจว่า จีนไม่อุดหนุนสินค้าเกษตรของสหรัฐโดยเฉพาะถั่วเหลืองและธัญพืชอีกหลายชนิดในปริมาณที่ "มากตามสัญญา" ด้านกระทรวงพาณิชย์ของจีนออกแถลงการณ์โดยไม่ระบุถึงการเลื่อนมาตรการขึ้นภาษีและการตัดพ้อของทรัมป์ แต่กล่าวว่านายหลิว เฮ่อ รองนายกรัฐมนตรีจีนและที่ปรึกษาด้านนโยบายเศรษฐกิจของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ตกลงกับนายสตีฟ มนูชิน รมว.กระทรวงการคลังสหรัฐ และนายโรเบิร์ต ไลธิเซอร์ ผู้แทนเจรจาการค้าของรัฐบาลวอชิงตัน ว่าการหารือกันทางโทรศัพท์ครั้งต่อไปจะเกิดขึ้น "ภายในอีก 2 สัปดาห์"


นายหลิว เฮ่อ รองนายกรัฐมนตรีจีน ( คนขวา ) จับมือกับนายโรเบิร์ต ไลธิเซอร์ ผู้แทนเจรจาการค้าของสหรัฐ ระหว่างการพบหารือที่เมืองเซี่ยงไฮ้ เมื่อปลายเดือนที่แล้ว
 
ด้านสหพันธ์การค้าปลีกแห่งชาติของสหรัฐ ( เอ็นอาร์เอฟ ) ออกแถลงการณ์แสดงความยินดีต่อการตัดสินใจของทรัมป์ที่เลื่อนขึ้นภาษีต่อจีน แต่มองสถานการณ์ในระยะยาว "ยังคงไม่แน่นอน" และยังเสี่ยงที่จะส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพของครัวเรือนในประเทศ เนื่องจากผู้นำสหรัฐย้ำอีกครั้งว่า เขาอาจนำรัฐบาลวอชิงตันถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก ( ดับเบิลยูทีโอ ) "หากจำเป็น".

เครดิตภาพ : AP,AFP
   

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 29