อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 5 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 5 สิงหาคม 2563

รัสเซียเตรียมทุ่มพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้มองโกเลีย

ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน กล่าวว่ารัสเซียพร้อมสนับสนุนการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของมองโกเลีย และเพิ่มความช่วยเหลือในทุกด้านที่จำเป็น ในฐานะที่มองโกเลียเป็นหนึ่งในพันธมิตรใกล้ชิด เพียงเดือนเดียวหลังการเยือนของรมว.กระทรวงกลาโหมสหรัฐ พุธที่ 4 กันยายน 2562 เวลา 11.48 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงอูลานบาตาร์ ประเทศมองโกเลีย เมื่อวันที่ 4 ก.ย. ว่าประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เยือนกรุงอูลานบาตาร์เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี เมื่อวันอังคาร แม้เป็นภารกิจเพียงวันเดียว แต่ผู้นำรัสเซียพบหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลมองโกเลียหลายคน นำโดยประธานาธิบดีคัลต์มา บัตตุลกา ซึ่งผู้นำทั้งสองประเทศร่วมกันเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ ( เอ็มโอยู ) หลายฉบับ ที่รวมถึงการให้รัสเซียเข้ามาร่วมพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของมองโกเลีย
 



 
ขณะเดียวกัน ปูตินกล่าวว่าด้วยว่ารัสเซียไม่เคยลืมความช่วยเหลือและความสนับสนุนทางทหารของมองโกเลีย ในการสู้รบกับกองทัพนาซีในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง และปีนี้ยังตรงกับวาระครบรอบ 80 ปี ที่กองทัพรัสเซียและมองโกเลียร่วมกันสู้รบต้านทานการรุกรานของจักรวรรดิญี่ปุ่น เมื่อปี 2482 ด้วย ซึ่งในการนี้รัฐบาลมอสโกอนุมัติ "สินเชื่อพิเศษ" เป็นวงเงิน 100,000 ล้านรูเบิล ( ราว 45,899.25 ล้านบาท ) ให้กับทางการมองโกเลีย ซึ่งบัตตุลกากล่าวว่าเบื้องต้นมีแผนนำเงินไปใช้ในโครงการฟื้นฟูเส้นทางรถไฟเชื่อมต่อกับจีน และการพัฒนาอุตสาหกรรมแร่ของประเทศ


 


ทั้งนี้ การเยือนมองโกเลียของผู้นำรัสเซียเกิดขึ้นเพียง 1 เดือน หลังการเยือนของนายมาร์ค เอสเปอร์ รมว.กระทรวงกลาโหมสหรัฐ ซึ่งถือเป็นเจ้าหน้าที่พลเรือนสูงสุดคนแรกของเพนตากอนในรอบ 5 ปี ที่เยือนเมืองหลวงของมองโกเลีย นับตั้งแต่นายชัค ฮาเกล เมื่อปี 2557 นอกจากนี้ เอสเปอร์กำลังพิจารณาความเป็นไปได้ ในการติดตั้งฐานยิงระบบยิงขีปนาวุธนำวิถีพิสัยกลางจากภาคพื้นดิน "ในภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่งของทวีปเอเชีย" เพื่อหวังถ่วงดุลกับการขยายอิทธิพลทางทหารของจีนในเอเชีย และด้านรัฐบาลปักกิ่งแสดงท่าทีต่อเรื่องนี้ว่า “จะมีมาตรการตอบโต้อย่างแน่นอน” หากสหรัฐนำระบบขีปนาวุธมาติดตั้ง “ถึงหน้าบ้าน”.

เครดิตภาพ : AP, AFP

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 41