อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 15 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อังคารที่ 15 ตุลาคม 2562

คิริบาตีตัดความสัมพันธ์กับไต้หวัน

รัฐบาลคิริบาตีประกาศยุติความสัมพันธ์ทางการทูตที่ยาวนานเกือบ 16 ปีกับรัฐบาลไทเป เพื่อเตรียมไปสถาปนาความสัมพันธ์กับรัฐบาลปักกิ่งแทน ถือเป็น "แรงสะเทือน" ทางการทูตครั้งใหญ่สำหรับไต้หวัน ที่เสียพันธมิตร 2 ประเทศภายในเวลาไม่กี่วัน ศุกร์ที่ 20 กันยายน 2562 เวลา 15.46 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงไทเป สาธารณรัฐจีน ( ไต้หวัน ) เมื่อวันที่ 20 ก.ย.ว่านายโจเซฟ อู๋ รมว.กระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน แถลง “เป็นการด่วน” เมื่อวันศุกร์ เรื่องการได้รับแจ้งอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลของคิริบาตีหรือสาธารณรัฐคิริบาส หมู่เกาะขนาดเล็กที่เป็นส่วนหนึ่งของภูมิภาคไมโครนีเซีย ตั้งอยู่ทางตอนกลางของมหาสมุทรแปซิฟิก เกี่ยวกับการยุติความสัมพันธ์ทางการทูตกับรัฐบาลไทเป หมายความว่าไต้หวันต้องยุติความสัมพันธ์กับคิริบาตีที่ยาวนานและแน่นแฟ้นมาตั้งแต่เดือนพ.ย. 2546 ด้วย ขณะเดียวกัน นายอู๋ประณามสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่าไม่ต่างอะไรกับ “การรัฐประหาร” โดยรัฐบาลปักกิ่ง ก่อนถึงวันที่ 1 ต.ค. ซึ่งเป็นวันชาติของแผ่นดินใหญ่ และสะท้อนนโยบายเอาเปรียบของจีนด้วยการใช้ “กับดักหนี้” ในการ "ล่อหลวง" ประเทศที่มีขนาดเล็กกว่า



ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวดังกล่าวของคิริบาตีเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วัน หลังรัฐบาลไทเปประกาศเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ชิงยุติความสัมพันธ์ทางการทูตที่ยาวนาน 36 ปีกับหมู่เกาะโซโลมอน ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของมหาสมุทรแปซิฟิก หลังมีรายงานว่ารัฐสภาของหมู่เกาะโซโลมอนเห็นชอบรายงานโดยคณะทำงานเฉพาะกิจที่นายกรัฐมนตรีริก ฮัวนิปเวลา แต่งตั้งขึ้น ว่า “หมู่เกาะโซโลมอนควรหันไปสถาปนาความสัมพันธ์กับรัฐบาลปักกิ่ง” แม้จนถึงตอนนี้รัฐบาลหมู่เกาะโซโลมอนยังไม่แสดงท่าทีอย่างเป็นทางการต่อ "การย้ายข้าง" แต่สถานเอกอัครราชทูตไต้หวันประจำกรุงโฮนีอาราปิดทำการแล้ว ส่วนรัฐบาลวอชิงตันประกาศ “ทบทวน” การมอบความช่วยเหลือแก่หมู่เกาะโซโลมอน



ขณะที่นายเกิ่ง ส่วง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวว่ารัฐบาลปักกิ่ง “ยินดีเป็นอย่างยิ่ง” ต่อการตัดสินใจของคิริบาตี ซึ่งจะยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้แก่รัฐบาลไทเปของประธานาธิบดีไช่ อิง-เหวิน เนื่องจากเป็นการสูญเสียพันธมิตรทางการทูต 2 ประเทศภายในสัปดาห์เดียว เพียงไม่กี่เดือนก่อนไต้หวันกำลังจะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งใหม่ในเดือนม.ค.ปีหน้า ซึ่งคู่ต่อสู้ของผู้นำหญิงไต้หวันจากพรรคก๊กมินตั๋งในคราวนี้ถือว่า "กำลังมาแรง" คือนายฮั่น กว๋อ-หยู นายกเทศมนตรีเมืองเกาสง นอกจากนี้ เท่ากับว่าปัจจุบันเหลือเพียง 15 ประเทศเท่านั้นที่ยอมรับ “การมีตัวตน” ของไต้หวัน หนึ่งในนั้นคือนครรัฐวาติกัน.

เครดิตภาพ : AP
 
 
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    73%
  • ไม่เห็นด้วย
    27%

บอกต่อ : 35