อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 13 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 13 พฤศจิกายน 2562

สหรัฐเตรียมขึ้นภาษีสินค้าอียู จากปมพิพาทแอร์บัส

รัฐบาลวอชิงตันประกาศเตรียมขึ้นภาษีสินค้าของสหภาพยุโรปหลายประเภท ในอัตราระหว่าง 10%-25% รวมถึงชิ้นส่วนเครื่องบินแอร์บัส หลังองค์การการค้าโลกตัดสินว่าอียูอุดหนุนภาษีแอร์บัสอย่างไม่เป็นธรรม พฤหัสบดีที่ 3 ตุลาคม 2562 เวลา 15.33 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 3 ต.ค.ว่าสำนักงานผู้แทนการค้าของรัฐบาลวอชิงตันออกแถลงการณ์เมื่อวันพฤหัสบดี เรื่องการเตรียมขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากสหภาพยุโรป ( อียู ) มูลค่า 7,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 229,387.5 ล้านบาท ) ในอัตราระหว่าง 10% ถึง 25% โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 18 ต.ค.นี้เป็นต้นไป เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังองค์การการค้าโลก ( ดับเบิลยูทีโอ ) พิพากษาเป็นคุณแก่สหรัฐ ว่าอียูอุดหนุนภาษีแอร์บัสอย่างไม่เป็นธรรม และ "อนุมัติ" การขึ้นภาษีจากสินค้ามูลค่าดังกล่าว
 


ทั้งนี้ การเตรียมใช้มาตรการกำแพงภาษีครั้งใหม่ของรัฐบาลวอชิงตัน เป็นผลจากการต่อสู้กันทางการค้าที่ยาวนานกว่า 15 ปี ระหว่างสหรัฐกับยุโรปผ่านดับเบิลยูทีโอ เกี่ยวกับมาตรการที่ต่างฝ่ายต่างใช้ในการทุ่มตลาดและภาษีอุดหนุนสินค้าอากาศยานของแต่ละฝ่าย คือเครื่องบินโดยสารโบอิ้งและเครื่องบินโดยสารแอร์บัส โดยอียูยื่นคำร้องก่อนเมื่อปี 2547 และดับเบิลยูทีโอเคยมีคำพิพากษาเมื่อปี 2555 ว่าการที่รัฐบาลวอชิงตันยกเว้นภาษีหรือเก็บภาษีอัตราต่ำจากโบอิ้งประมาณปีละ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 3,058.4 ล้านบาท ) นั้นผิดกฎเกณฑ์ เนื่องจากเป็นการลดศักยภาพการแข่งขันของสินค้าจากแอร์บัสในตลาดอเมริกา
 

แม้รายงานของดับเบิลยูทีโอเมื่อปี 2560 ระบุว่าสหรัฐปฏิบัติตามคำสั่งได้ 28 จาก 29 ข้อ แต่ข้อสุดท้ายซึ่งไม่มีการเปิดเผยชัดเจนต่อสาธารณะ และคาดว่าทั้งสองฝ่ายเจรจาตกลงกันเองลับหลัง ขณะที่สินค้าจากอียูซึ่งจะเผชิญกับกำแพงภาษี 10% รวมถึงอากาศยานของแอร์บัสทั้งแบบประกอบเสร็จแล้วและชิ้นส่วน ซึ่งประเทศที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดคือเยอรมนี ฝรั่งเศส สเปน และสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งโรงงานผลิตและประกอบสินค้าของแอร์บัส แต่กำแพงภาษีดังกล่าวจะยกเว้นสำหรับโรงงานของแอร์บัสในรัฐแอละบามา ที่ผลิตและประกอบชิ้นส่วนเครื่องบินบางชิ้นให้กับโบอิ้ง

ชั้นวางจำหน่ายเนยแข็งแบบแผ่นที่ซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งหนึ่งในกรุงเบอร์ลิน เยอรมนี
 
ด้านสินค้าของอียูซึ่งจะต้องเผชิญกับกำแพงภาษีในอัตราสูงสุด 25% รวมถึงเนยแข็งหรือชีสนานาชนิด ไวน์จากฝรั่งเศส สกอตวิสกี้ และไอริชวิสกี้ อย่างไรก็ตาม นายโรเบิร์ต ไลธิเซอร์ ผู้แทนเจรจาการค้าของสหรัฐ ยังคงกล่าวแสดงความหวังว่า “จะประนีประนอมกันได้” ในเวลาเดียวกัน เยอรมนียังแสดงท่าทีเพียงว่า “กำลังศึกษาคำตัดสินของดับเบิลยูทีโอและประเมินผลกระทบอย่างรอบคอบที่สุด” ส่วนรัฐบาลสหราชอาณาจักรออกแถลงการณ์เชิงตัดพ้อโดยยกเรื่องเบร็กซิตมาเป็นประเด็น

โรงกลั่นวิสกี้แห่งหนึ่ง ที่เมืองกลาสโกว์ ทางตอนกลางของสกอตแลนด์
 
อนึ่ง มาตรการกำแพงภาษีของสหรัฐต่ออียูครั้งนี้ถือเป็น “การขยายแนวรบทางการค้า” ต่อจากประเด็นภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมอันร้อนแรงตลอดปีที่แล้ว นอกจากนี้ กำหนดการขึ้นภาษีสินค้าจีนมูลค่า 250,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 7.64 ล้านล้านบาท ) ในอัตราภาษีจากเดิม 25% เป็น 30% จะมีผลในวันที่ 15 ต.ค.นี้.

เครดิตภาพ : AFP, Getty Images
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    100%

บอกต่อ : 42