อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 18 ตุลาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 18 ตุลาคม 2562

ทรัมป์เตือนตุรกี แม้เปิดทางแนวรบภาคเหนือซีเรีย

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าจะ "ทำลายเศรษฐกิจของตุรกีให้ยับเยินแบบที่เคยทำมาแล้ว" หากปฏิบัติการทางทหารของรัฐบาลอังการาในภาคเหนือของซีเรีย "เกินขอบเขต" หลังอเมริกาถอนกำลังพลและอาวุธออกจากภาคเหนือของซีเรีย เป็นสัญญาณ "ไฟเขียว" ให้แก่ตุรกี อังคารที่ 8 ตุลาคม 2562 เวลา 07.12 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 7 ก.ย. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันจันทร์ ว่าเศรษฐกิจของตุรกีจะ "เสียหายย่อยยับ" และเพิ่มเติมเองด้วยว่า "อย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว" จากการที่ค่าเงินลีราทรุดตัวอย่างหนัก และสหรัฐขึ้นภาษีสินค้าตุรกีหลายรายการในอัตราสูงลิ่ว ตอบโต้ความขัดแย้งระหว่างสองประเทศในหลายเรื่องเมื่อปีที่แล้ว หากปฏิบัติการทางทหารของรัฐบาลอังการา ในภาคเหนือของซีเรีย "เกินขอบเขต" หรือ "ไร้มนุษยธรรม" และคำกล่าวของทรัมป์ส่งผลให้เงินลีราอ่อนค่าลงทันทีมากกว่า 2% จากความวิตกกังวลว่ารัฐบาลวอชิงตันจะใช้มาตรการกดดันทางเศรษฐกิจต่อตุรกีซ้ำอีก
 

ทั้งนี้ ท่าทีของทรัมป์เกิดขึ้นเพียงวันเดียว หลังการสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีเรเซป เทย์ยิป เออร์โดกัน ที่ผลออกมาเหนือความคาดหมายของหลายฝ่าย โดยเฉพาะกองกำลังป้องกันตนเองชาวเคิร์ดซึ่งเป็นแนวร่วมของกองกำลังประชาธิปไตยซีเรีย ( เอสดีเอฟ ) ปักหลักอยู่ตามแนวพรมแดนทางเหนือของซีเรีย เมื่อผู้นำสหรัฐสั่งให้กองทัพถอนทหารและสรรพาวุธทั้งหมดออกจากบริเวณดังกล่าว "เพื่อเปิดทาง" ให้กองทัพตุรกีปฏิบัติการโจมตีทางทหารข้ามพรมแดนกับกองกำลังนักรบเคิร์ด ซึ่งรัฐบาลอังการาถือเป็น "กลุ่มก่อการร้าย" ในระดับเดียวกับพรรคแรงงานเคอร์ดิสถาน ( พีเคเค ) ที่ต้องการแบ่งแยกดินแดนทางตอนใต้ของตุรกี


 
ขณะที่เออร์โดกันกล่าวเพียงว่า เขามีกำหนดการเยือนกรุงวอชิงตันอย่างเป็นทางการช่วงต้นเดือนหน้า เพื่อหารือกับทรัมป์เกี่ยวกับการกำหนด "เขตปลอดภัย" ให้แก่พลเรือนตามแนวพรมแดนทางเหนือของซีเรีย และการเจรจาแก้ไขข้อพิพาทเกี่ยวกับโครงการความร่วมมือเครื่องบินขับไล่เอฟ-35 จากการที่รัฐบาลอังการาซื้อระบบป้องกันทางอากาศเอส-400 ของรัสเซีย
 


อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจของทรัมป์ในการถอนกำลังพลและยุทโธปกรณ์ออกจากภาคเหนือของซีเรียไม่ได้รับเสียงตอบรับที่ดีนักจากทั้งพรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครต แม้ผู้นำสหรัฐกล่าวด้วยว่า "การเปิดทาง" ให้กับตุรกีให้ปฏิบัติการทางทหารในภาคเหนือของซีเรีย "เพียงลำพัง" คือการเริ่มดึงอเมริกาออกจาก "วังวนสงครามที่ไม่มีวันยุติ" ด้านเอสดีเอฟวิจารณ์การตัดสินใจของรัฐบาลวอชิงตัน "ทำลายความเชื่อมั่นและความไว้วางใจ" ระหว่างกันอย่างสิ้นเชิง แต่ตอนนี้เอสดีเอฟและแนวร่วมเตรียมพร้อมขั้นสูงสุดเพื่อรับมือการโจมตีจากตุรกี "ที่เกิดขึ้นได้ทุกนาที".

เครดิตภาพ : AFP, AP

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    25%
  • ไม่เห็นด้วย
    75%

บอกต่อ : 28