อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 13 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 13 ธันวาคม 2562

จีน-เนปาลเซ็นความร่วมมือด้านการพัฒนาชุดใหญ่

รัฐบาลจีนและรัฐบาลเนปาลลงนามในข้อตกลงด้านการพัฒนา 20 ฉบับ ตามแผนยุทธศาสตร์ "หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง" ของรัฐบาลปักกิ่ง ระหว่างการเยือนอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จันทร์ที่ 14 ตุลาคม 2562 เวลา 09.20 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล เมื่อวันที่ 14 ต.ค. ว่ารัฐบาลจีนและรัฐบาลเนปาลลงนามในข้อตกลงด้านการพัฒนา 18 ฉบับ และบันทึกความเข้าใจ ( เอ็มโอยู ) อีก 2 ฉบับ เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ระหว่างการเยือนอย่างเป็นทางการของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ซึ่งถือเป็นผู้นำจีนคนแรกในรอบ 23 ปีซึ่งเยือนเนปาลอย่างเป็นทางการ ต่อจากประธานาธิบดีเจียง เจ๋อหมิน เมื่อปี 2539
 

CGTN

ทั้งนี้ สีและนายกรัฐมนตรีเนปาล คือนายเคพี ศรมา โอลี ร่วมกันเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามข้อตกลงยกระดับความร่วมมือทั้งในด้าน "การเชื่อมต่อทางการค้า" ผ่านนโยบายหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง หรือเส้นทางสายไหแห่งศตวรรษที่ 21 ซึ่งมาจากแนวคิดของผู้นำจีนคนปัจจุบันเอง  ความมั่นคงที่รวมถึงการบริหารจัดการพรมแดน โดยเนปาลมีพรมแดนทางเหนือติดกับภาคตะวันตกเฉียงใต้ของเขตปกครองตนเองทิเบต การท่องเที่ยวและการศึกษา ตลอดจนการพัฒนาในอีกหลากหลายด้าน

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน และนายเคพี ศรมา โอลี นายกรัฐมนตรีเนปาล
 
ขณะที่มีรายงานว่าหนึ่งในโครงการสำคัญที่จีนกำลังศึกษาควบคู่ไปกับการดำเนินการแล้ว คือโครงการเส้นทางรถไฟข้ามพรมแดนระหว่างกรุงกาฐมาณฑุ เมืองหลวงของเนปาล กับเมืองชิงไห่ และเมืองคยีรุงในเขตปกครองตนเองทิเบต แม้เป็นเส้นทางระยะสั้นเพียง 35 กิโลมตร และโครงการดังกล่าวมีกำหนดการแล้วเสร็จภายในปีหน้า แต่แน่นอนว่าเป็นโครงการพัฒนาและเชื่อมต่อระบบโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญอย่างยิ่ง ตามแผนยุทธศาสตร์หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางของรัฐบาลปักกิ่ง


 
อย่างไรก็ตาม อินเดียเองก็เพิ่มการลงทุนในเนปาลไม่น้อยเช่นกัน เพื่อคานอำนาจกับจีนทั้งในด้านการเมืองและเศรษฐกิจ หลังรัฐบาลกาฐมาณฑุลงนามร่วมเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์หนึ่งแถบ หนึ่งเส้นทาง เมื่อปี 2560 และก่อนหน้าเดินทางมายังเนปาล สีเยือนอินเดียและพบหารือกับนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี จึงอาจมองได้ว่าการเดินสายเยือนเอเชียใต้ของผู้นำจีนในครั้งนี้เป็นทั้งการกระชับความสัมพันธ์ และแสวงหาโอกาสเพิ่มการแข่งขันไปพร้อมกัน.

เครดิตภาพ : REUTERS, AP

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 19