อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน 2562

จี้รบ.ไซปรัสแจงขายพาสปอร์ตให้ไฮโซกัมพูชา

ส.ส.ฝ่ายค้านไซปรัส ประเทศเกาะในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนฟากตะวันออก เรียกร้องให้รัฐบาลชี้แจงข้อเท็จจริง หลังจากสำนักข่าวรอยเตอร์เปิดเผย กรณีที่สมาชิกในครอบครัวและกลุ่มคนสนิทของสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ได้หนังสือเดินทาง หรือพาสปอร์ต ไซปรัส ภายใต้โครงการอื้อฉาว ขายสิทธิความเป็นพลเมือง แลกกับเงินลงทุนในประเทศ พฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม 2562 เวลา 19.48 น.

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานจากกรุงนิโคเซีย สาธารณรัฐไซปรัส เมื่อวันที่ 17 ต.ค. ว่า นางไอรีน ชาราลัมไบด์ ส.ส.พรรคฝ่ายค้าน อาเคล ของไซปรัส และยังเป็นผู้แทนพิเศษฝ่ายต่อต้านการทุจริตขององค์การความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (โอเอสซีอี) เขียนข้อความบนเฟซบุ๊กว่า การเปิดเผยของสำนักข่าวรอยเตอร์ ทำให้ไซปรัสถูกดูหมิ่นดูแคลนจากนานาชาติ รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยไซปรัส ต้องให้คำตอบในเรื่องนี้

รายงานผลการสืบสวนของรอยเตอร์ เผยให้เห็นว่า สมาชิกในครอบครัวของฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และครอบครัวของกลุ่มคนใกล้ชีด มีทรัพย์สินอยู่ในต่างแดนหลายสิบล้านดอลลาร์สหรัฐ และใช้ความร่ำรวยซื้อสิทธิความเป็นพลเมืองต่างชาติ ซึ่งฮุน เซน เอง เคยกล่าวประณามว่า เป็นการกระทำที่ "ไม่รักชาติ"

รายงานของรอยบเตอร์ระบุว่า สมาชิก 8 คนของครอบครัวฮุน เซน รวมทั้งครอบครัวของผุ้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ขอซื้อและได้รับพาสปอร์ตไซปรัส ระหว่างปี พ.ศ. 2559 - 2560

นับตั้งแต่เริ่มโครงการขายสิทธิความเป็นพลเมือง แลกกับเงินลงทุนในประเทศ เมื่อปี พ.ศ. 2556 จนถึงปี 2561 รัฐบาลไซปรัสอนุมัติหนังสือเดินทาง แก่ชาวต่างชาติที่ยื่นขอไปแล้ว 1,864 ราย

คณะกรรมาธิการยุโรป หรือ อีซี (European Council) กล่าวเตือนในรายงาน ในเดือน ม.ค. ปีนี้ว่า โครงการขายสิทธิความเป็นพลเมือง หรือ พาสปอร์ตทอง (golden passport) อาจช่วยให้กลุ่มแก๊งอาชญากรรม แทรกซึมเข้าสู่ยุโรป และเพิ่มความเสี่ยงจากขบวนการฟอกเงิน การทุจริต และการหลีกเลี่ยงภาษี

แม้รัฐบาลไซปรัสจะยืนยันว่า กระบวนการขายพาสปอร์ตของประเทศ "เชื่อถือได้และโปร่งใส" แต่ผู้ได้สิทธิเป็นพลเมืองตามโครงการ จได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายข้อมูล.

ภาพ - REUTERS

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    75%
  • ไม่เห็นด้วย
    25%

บอกต่อ : 41