อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พฤหัสบดีที่ 14 พฤศจิกายน 2562

เออร์โดกันพูดถึงจดหมายจากทรัมป์ "ตุรกีจะไม่ลืม"

ประธานาธิบดีเรเซป เทย์ยิป เออร์โดกัน กล่าวถึงจดหมายที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ส่งถึงเขาว่า "ไร้ซึ่งมารยาททางการทูตอย่างสิ้นเชิง" และ "ตุรกีจะจดจำทุกตัวอักษร" เสาร์ที่ 19 ตุลาคม 2562 เวลา 12.00 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงอังการา ประเทศตุรกี เมื่อวันที่ 19 ต.ค. ว่าในช่วงหนึ่งของการแถลงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีเรเซป เทย์ยิป เออร์โดกัน ผู้นำตุรกี กล่าวถึงจดหมายที่เขาได้รับจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ ว่าเป็นจดหมายจากประมุขของประเทศ แต่ไม่ได้มีเนื้อความใกล้เคียงบรรทัดฐานและมารยาททางการเมืองและการทูตระหว่างประเทศแม้แต่น้อย และเขาขอใช้โอกาสนี้ตอบจดหมายของผู้นำสหรัฐว่า "ชาวตุรกีจะไม่มีวันลืมการดูหมิ่นผ่านทุกตัวอักษรในจดหมายฉบับนี้ ด้วยความเคารพ" เมื่อผู้สื่อข่าวถามเออร์โดกันว่าทำอย่างไรกับจดหมายฉบับนี้เมื่ออ่านจบ ผู้นำตุรกีตอบว่า "ขยำแล้วโยนลงถังขยะ"
 

 
อย่างไรก็ตาม เออร์โดกันกล่าวว่า ความสัมพันธ์ระกับทวิภาคีระหว่างตุรกีกับสหรัฐตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน และที่กำลังจะเกิดขึ้นในภายภาคหน้านั้น "ไม่จำเป็นต้องยึดติดกับจดหมายฉบับนี้" เนื่องจากเป็นจดหมายที่ไม่จำเป็นต้องให้ความสำคัญในระดับใดเลย สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับรัฐบาลอังการาในตอนนี้ คือ "จะดำเนินมาตรการจำเป็นเมื่อถึงเวลา" ซึ่งผู้นำตุรกีหมายถึงการให้เวลากองกำลังนักรบชาวเคิร์ด 5 วันหรือ 120 ชั่วโมง นับตั้งแต่พบหารือกับรองประธานาธิบดีไมค์ เพนซ์ ที่กรุงอังการา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ในการถอนทหารออกจากชายแดนทางเหนือของซีเรีย ซึ่งตุรกีต้องการสร้างเป็น "เขตปลอดภัย" ให้ผู้ลี้ภัยชาวซีเรียเดินทางกลับภูมิลำเนา
 

 
ในอีกด้านหนึ่ง นายเซอร์ดาร์ คิลิก เอกอัครราชทูตตุรกีประจำกรุงวอชิงตัน กล่าวว่าโดยส่วนตัวเขาหวังว่าประวัติศาสตร์โลกจะไม่ "จารึก" จดหมายฉบับนี้ไว้ ทั้งนี้ คิลิกกล่าวด้วยว่าทำเนียบขาวไม่น่าปล่อยให้จดหมายที่มีเนื้อหาไม่เป็นไปตามพิธีการทูตแบบนี้หลุดออกมาได้ ส่วนทำเนียบขาวยังคงสงวนท่าทีต่อปฏิกิริยาของรัฐบาลอังการาต่อจดหมายของผู้นำสหรัฐ.

เครดิตภาพ : REUTERS

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 35