อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 13 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 13 ธันวาคม 2562

ญาติทำพิธีฝังอดีตนายกฯจีน"จ้าวจื่อหยาง"

อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 3 ของจีน "จ้าว จื่อหยาง" ที่ถูกปลดจากตำแหน่ง ฐานขัดขวางการใช้กำลังทหารปราบปรามการประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตย ที่จัตุรัสเทียนอันเหมินในกรุงปักกิ่ง เมื่อปี พ.ศ. 2532 ถูกฝังอย่างเป็นทางการโดยญาติพี่น้องเมื่อวันศุกร์ กว่า 10 ปีหลังถึงแก่อสัญกรรม พิธีฝังเรียบง่ายและเงียบเหงา และไม่ได้รับความสนใจรายงานข่าวจากสื่อของรัฐบาลแม้แต่สำนักเดียว เสาร์ที่ 19 ตุลาคม 2562 เวลา 19.19 น.

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อวันที่ 19 ต.ค. ว่า นายจ้าว จื่อหยาง ซึ่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของจีน ระหว่างปี พ.ศ. 2523 - 2530 และได้รับการเคารพยกย่องในกลุ่มผู้ปกป้องสิทธิมนุษยชนในจีน ยังคงเป็นประเด็นอ่อนไหวในแผ่นดินใหญ่ การจัดพิธีรำลึกวันครบรอบเสียชีวิต ถูกเฝ้าจับตามองจากเจ้าหน้าที่อย่างเข้มงวด และบางปีถูกห้ามจัด โดยศพของจ้าวถูกฝังไว้ชั่วคราว ที่สุสานการปฏิวัติปาเป่าซาน ในกรุงปักกิ่ง

พิธีฝังศพเมื่อวันศุกร์ ไม่มีการรายงานข่าว หรือเอ่ยถึง ในสื่อของทางการจีนแม้แต่สำนักเดียว และการค้นหาชื่อของจ้าว จื่อหยาง ในโซเชียล มีเดีย ไม่พบข้อมูลใดๆ ครอบครัวและญาติต้องใช้เวลา 14 ปี ในการฝังร่างของจ้าว หลังจากการอสัญกรรมเมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2548 ด้วยวัย 85 ปี

นายหวัง จี้หัว บุตรเขย เผยว่า ครอบครัวและญาติรู้สึกผ่อนคลายในตอนนี้ หลังจากใช้ความพยายามหลายปี แต่นายหวังไม่ยอมเปิดเผยสาเหตุ ความล่าช้าในการฝังร่างพ่อตาอย่างเป็นทางการ

กระดูกของจ้าว และนางเหลียง โป๋กี ภริยา ถูกฝังเคียงคู่กัน เมื่อบ่ายวันศุกร์ ที่สุสานฉางผิง ชานกรุงปักกิ่งทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ห่างจากใจกลางเมืองประมาณ 60 กม. นายหวังเผยอีกว่า เจ้าหน้าที่จีนจำกัดผู้เข้าร่วมพิธี อนุญาตเฉพาะสมาชิกในครอบครัว และญาติสนิทประมาณ 20 คนเท่านั้น
จากการสังเกตการณ์ของผู้สื่อข่าวเอเอฟพี พิธีฝังศพจ้าว จื่อหยาง และภริยา มีเจ้าหน้าที่จีนในเครื่องแบบ 2 คน และนอกเครื่องแบบอีก 4 คน คอยเฝ้าจับตาดูอยู่ห่างๆ และแม้ว่าจะมีความเข้มงวด แต่ปรากฏร่างชายนิรนาม 3 คน ถือช่อดอกไม้ เข้าไปคุกเข่าโค้งคำนับหลุมฝังจ้าวและภริยา ก่อนจะออกไปจากสุสานแบบเงียบๆ.

เครดิตภาพ - AFP, family member
คลิป - South China Morning Post
 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    50%
  • ไม่เห็นด้วย
    50%

บอกต่อ : 42