อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 20 พฤศจิกายน 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 20 พฤศจิกายน 2562

ศาลฎีกาอินเดียพิพากษาแบ่งพื้นที่ "คดีอโยธยา"

ศาลสูงสุดของอินเดียมีคำพิพากษา "ครั้งประวัติศาสตร์" ยุติความขัดแย้งทางศาสนาในเมืองอโยธยาซึ่งยืดเยื้อมานานหลายทศวรรษ ด้วยการจัดสรรพื้นที่สำหรับชาวมุสลิมและชาวฮินดูในการก่อสร้างศาสนสถานของตัวเอง แต่ชาวฮินดูได้สิทธิ์การก่อสร้างในพื้นที่พิพาท เสาร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2562 เวลา 15.29 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย เมื่อวันที่ 9 พ.ย.ว่าคณะตุลาการศาลฎีกาในกรุงนิวเดลีทั้ง 5 คนมีมติเป็นเอกฉันท์ เมื่อวันเสาร์ ให้พื้นที่พิพาทขนาดประมาณ 2.77 เอเคอร์ ซึ่งมีขนาดประมาณสนามฟุตบอลมาตรฐาน 1 สนาม ในเมืองอโยธยา ที่รัฐอุตตรประเทศ ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นของกลุ่มชาวฮินดูในการก่อสร้างวัดพระราม และต้องมีการจัดตั้งกองทรัพย์สินเพื่อดำเนินการเรื่องนี้ โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาลกลางในกรุงนิวเดลี ส่วนชาวมุสลิมจะได้พื้นที่อีกส่วนหนึ่งซึ่งไม่ใช่ส่วนที่แย่งชิงกัน แต่มีขนาดใหญ่กว่าและอยู่ห่างออกไปจากพื้นที่ของชาวฮินดู ในการก่อสร้างมัสยิด 
 
 


 
ทั้งนี้ คำพิพากษาดังกล่าวของศาลสูงสุดแห่งอินเดียถือได้ว่าเป็น “ประวัติศาสตร์” เพื่อคลี่คลายความขัดแย้งทางศาสนาที่ทวีความรุนแรงหลังอินเดียได้รับเอกราชจากสหราชอาณาจักร เมื่อปี 2490 จากการที่ชาวฮินดูเชื่อว่าเมืองแห่งนี้เป็นสถานที่ประสูติของพระราม ซึ่งข้อพิพาทบานปลายเป็นการก่อจลาจลครั้งใหญ่โดยผู้ประท้วงฝ่ายขวาจัด เมื่อปี 2535 มีผู้เสียชีวิตเกือบ 2,000 คน และมัสยิดบาบรีที่มีอายุเก่าแก่เกือบ 300 ปีถูกทำลาย เนื่องจากฝ่ายต่อต้านอ้างว่าเป็นการสร้างบนพื้นที่ซึ่งต้องเป็นของวัดพระราม ถือเป็นเหตุจลาจลนองเลือดจากกรณีพิพาททางศาสนาครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของอินเดีย นับตั้งแต่การสถาปนาประเทศหลังยุคอาณานิคม หลังจากนั้นมีการต่อสู้กันทางกฎหมายในหลายคดี จนมาถึงประเด็นสำคัญสุด คือการสร้างศาสนสถานตามความเชื่อของแต่ละฝ่ายบนพื้นที่ของมัสยิดที่ถูกเผาทำลายไป


 

 
แม้อาจถือได้ว่าคำพิพากษาของศาลสูงสุด “เป็นคุณมากกว่า” สำหรับกลุ่มชาวฮินดูชาตินิยมฝ่ายขวาในประเทศ รวมถึงพรรคภารติยะ ชนตะ ( บีเจพี ) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลชุดปัจจุบันของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี ซึ่งชนะการเลือกตั้งสมัยที่ 2 เมื่อกลางปีนี้แบบถล่มทลาย  แต่คำพิพากษาของศาลประณามเหตุจลาจลทำลายมัสยิดเมื่อ 27 ปีที่แล้วอย่างหนักเช่นกัน  ด้านผู้นำอินเดียกล่าวในเวลาต่อมาว่า “ไม่มีใครแพ้และไม่มีใครชนะ” ในคดีนี้ ศาลได้พิพากษาอย่างเป็นธรรมแล้ว และขอให้ทุกฝ่ายเคารพคำตัดสิน ขณะที่บรรยากาศด้านนอกศาลยังเป็นไปด้วยความสงบ แต่ยังมีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หลังก่อนถึงวันประกาศคำพิพากษา โมดีสั่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงอารักขาหน้าศาล และทางการรัฐอุตตรประเทศยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในเมืองอโยธยาเป็นขั้นสูงสุด.

เครดิตภาพ : AFP
                 

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    90%
  • ไม่เห็นด้วย
    10%

บอกต่อ : 35