อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม 2562
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 15 ธันวาคม 2562

เมืองเวนิสเจอภาวะน้ำขึ้นสูงสุดในรอบครึ่งศตวรรษ

ทางการเมืองเวนิสของอิตาลีวัดระดับน้ำขึ้นเมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมาได้ 1.87 เมตร สูงที่สุดในรอบ 53 ปี และส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในหลายจุด พุธที่ 13 พฤศจิกายน 2562 เวลา 10.19 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเวนิส ประเทศอิตาลี เมื่อวันที่ 13 พ.ย. ว่านายลุยจิ บรุกนาโร นายกเทศมนตรีเมืองเวนิส ซึ่งเป็นหนึ่งในเมืองสำคัญตั้งอยู่ริมชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงเหนือของอิตาลี กล่าวว่าศูนย์สังเกตการณ์ระดับน้ำขึ้นประจำเมือง ซึ่งเริ่มวัดระดับน้ำขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อปี 2466 สามารถวัดระดับน้ำขึ้นในพื้นที่ได้ 1.87 เมตร เมื่อช่วงกลางดึกของวันอังคาร ถือเป็นสถิติสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2509 ซึ่งเคยวัดได้ 1.94 เมตร และบรุกนาโรกล่าวด้วยว่า เขากำลังพิจารณาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน


 
ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังลงพื้นที่สำรวจแนวคลองทุกแห่งในเมืองแล้ว ว่ามีความเสียหายใดเกิดขึ้นหรือไม่ เนื่องจากระดับน้ำขึ้นสูงส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในหลายจุดรวมถึงมหาวิหารซันมาร์โก และไซเรนเตือนภัยดังขึ้นทั่วเมือง และสื่อท้องถิ่นรายงานชายวัย 78 ปีถูกไฟดูด แต่ยังไม่คำยืนยันอย่างเป็นทางการจากหน่วยกู้ภัย
 

 
ทั้งนี้ เมืองเวนิสเผชิญกับน้ำท่วมฉับพลันครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 1 ทศวรรษ เมื่อปีที่แล้ว โดยมวลน้ำขังพื้นที่ 3 ใน 4 ของเมือง และส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 10 คน นอกจากนี้ น้ำท่วมครั้งนั้นได้สร้างความเสียหายให้กับพื้นที่หลายส่วนของมหาวิหารซันมาร์โก และสถาปัตยกรรมที่เป็นพื้นโมเสก ซึ่งเป็นเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้นในศตวรรษที่ 21 ที่มหาวิหารซันมาร์โกต้องจมอยู่ใต้บาดาล



แม้ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นกับเมืองเวนิมีความเชื่อมโยงกับภาวะโลกร้อน แต่ในอีกด้านหนึ่งต้องยอมรับเช่นกัน ว่าเกี่ยวข้องกับการคอร์รัปชั่นระดับรัฐบาลท้องถิ่น ในโครงการก่อสร้างพนังกันน้ำ "โมเสส" ซึ่งมีการริเริ่มแนวคิดตั้งแต่ปี 2509 แต่เพิ่งเริ่มดำเนินโครงการ "ได้อย่างจริงจัง" เมื่อปี 2547 และนายจิออร์จิโอ ออร์โซนี นายกเทศมนตรีเมืองเวนิส เมื่อปี 2557 ถูกจับกุมและดำเนินคดีร่วมกับจำเลยอีกประมาณ 30 คน ในเกี่ยวกับการคอร์รัปชั่นโครงการดังกล่าว ที่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่เสร็จสมบูรณ์.

เครดิตภาพ : AFP

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 29