อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563

รัฐบาลสิงคโปร์เดินหน้าใช้กฎหมายเฟคนิวส์กับฝ่ายค้าน

กระทรวงแรงงานและกระทรวงศึกษาธิการของสิงคโปร์ใช้อำนาจตามกฎหมายต่อต้านข่าวปลอม ให้ฝ่ายค้าน "แก้ไขข้อมูล" การโพสต์ออนไลน์เกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาล "ซึ่งไม่เป็นความจริง" จันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562 เวลา 11.30 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. ว่ากระทรวงแรงงานของสิงคโปร์ออกแถลงการณ์เมื่อวันจันทร์ ว่าได้ร้องเรียนไปยังศูนย์ปฏิบัติการภายใต้กฎหมายป้องกันการเผยแพร่ข้อมูลเท็จและการจัดการออนไลน์แห่งชาติ เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ขอให้ตรวจสอบการโพสต์ข้อความออนไลน์ทั้งบนเว็บไซต์และเพจบนเฟซบุ๊กของพรรคประชาธิปไตยสิงคโปร์ ( เอสดีพี ) ซึ่งเป็นหนึ่งในพรรคการเมืองฝ่ายค้านของประเทศ ที่ระบุว่ามนุษย์เงินเดือน ไม่ว่าจะเป็นระดับพนักงาน ผู้บริหาร และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางที่รวมถึงผู้เชี่ยวชาญทางเทคนิค "ตกงานมากขึ้น"
 


ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานได้แสดงข้อมูลทางสถิติโต้แย้งว่าอัตราการจ้างงานของกลุ่มแรงงานดังกล่าวในสิงคโปร์นั้น เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2558 ขณะที่ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมของรัฐบาลสิงคโปร์สั่งให้พรรคเอสดีพีขึ้นแถบคำเตือนประกอบการโพสต์เรื่องนี้ในทุกช่องทางของพรรค ว่าเป็น "ข้อมูลเท็จ" และเพิ่มลิงก์ไปยังเว็บไซต์ของกระทรวงแรงงานเพื่อการเข้าถึง "ข้อมูลที่ถูกต้อง" ด้านพรรคเอสดีพีออกแถลงการณ์ในเวลาต่อมา ว่าได้ปฏิบัติตามคำสั่งแล้ว แต่จะมีการยื่นอุทธรณ์ในภายหลัง ขณะที่แหล่งข่าวในกระทรวงแรงงานเผยว่า เมื่อใดก็ตามที่พรรคเอสดีพียื่นคำร้องเข้ามา จะมีการตรวจสอบ "อย่างละเอียด" อนึ่ง นับเป็นครั้งแรกด้วยที่รัฐบาลสิงคโปร์ใช้อำนาจตามความในกฎหมายต่อต้านข่าวปลอมกับพรรคการเมือง


 
นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการของสิงคโปร์ร้องเรียนผ่านศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมเช่นกัน ขอให้มีการออกคำสั่งให้นายลิ้ม เทียน หนึ่งในนักการเมืองฝ่ายค้าน "แก้ไข" การโพสต์เฟซบุ๊กของตัวเอง ที่อ้างว่านักเรียนและนักศึกษาต่างชาติได้รับเงินสนับสนุนจากภาครัฐมากกว่านักเรียนและนักศึกษาชาวสิงคโปร์
 

 
อย่างไรก็ตาม องค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน ( อาร์เอสเอฟ ) และสมาพันธ์อินเตอร์เน็ตแห่งเอเชีย ( เอไอซี ) ออกแถลงการณ์วิจารณ์กฎหมายต่อต้านข่าวปลอมของสิงคโปร์ว่า เป็นการเปิดโอกาสให้รัฐใช้อำนาจในเรื่องนี้ "ได้อย่างไร้ขอบเขต" ซึ่งเข้าข่าย "เผด็จการ" และเรียกร้องให้รัฐบาลสิงคโปร์จัดการประชาพิจารณ์เกี่ยวกับกฎหมายนี้ ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อเดือนต.ค.ที่ผ่านมา โดยบทลงโทษสูงสุดคือการรับโทษจำคุกนาน 10 ปี หรือปรับเป็นเงิน 1 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ ( ราว 22.28 ล้านบาท ).

เครดิตภาพ : GETTY IMAGES

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 31