อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563
พิธีราชาภิเษกรัชกาลที่ 10

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563

เมียนมาวิจารณ์คำพิพากษาศาลโลกกรณีรัฐยะไข่

รัฐบาลเมียนมายืนยัน "ไม่เคยมีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์" ในรัฐยะไข่ หลังศาลยุติธรรมระหว่างประเทศพิพากษาให้เมียนมาต้องดำเนินการ "ป้องกัน" ไม่ให้ "มีการละเมิดอนุสัญญาฆ่าล้างเผ่าพันธุ์" ในพื้นที่ดังกล่าว ศุกร์ที่ 24 มกราคม 2563 เวลา 09.08 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 24 ม.ค. ว่ากระทรวงการต่างประเทศเมียนมาออกแถลงการณ์เมื่อวันพฤหัสบดี เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ( ไอซีเจ ) พิพากษาให้เมียนมาต้องดำเนินการที่จำเป็นและเหมาะสมในรัฐยะไข่ เพื่อป้องปรามไม่ให้เกิดการละเมิดอนุสัญญาว่าด้วยการป้องกันและลงโทษความผิดอาญาฐานฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ฉบับปี 2491 ว่า "ไม่เคยมีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในรัฐยะไข่" และการประณาม "ที่ปราศจากหลักฐาน" โดยองค์กรสิทธิมนษยชนบางแห่ง ยิ่งเป็นการบิดเบือนสถานการณ์


นายจอ ถิ่น ส่วย รัฐมนตรีประจำสำนักงานมนตรีแห่งรัฐของเมียนมา เป็นตัวแทนนางออง ซาน ซูจี ไปรับฟังคำตัดสินของไอซีเจ
 
นอกจากนี้ แถลงการณ์ยังระบุด้วยว่า มติของไอซีเจไม่สามารถใช้เป็น "การวินิจฉัยล่วงหน้า" ในระยะยาวได้ ขณะที่นางออง ซาน ซูจี มนตรีแห่งรัฐและรมว.กระทรวงการต่างประเทศของเมียนมา ซึ่งให้การแก้ต่างต่อไอซีเจด้วยตัวเอง ระหว่างการพิจารณาคดีแบบเปิด เมื่อเดือนธ.ค. ปีที่แล้ว กล่าวก่อนการประกาศคำพิพากษา ว่าผู้ลี้ภัยชาวโรฮีนจาบางส่วน "กล่าวเกินจริง" กระบวนการยุติธรรมระหว่างประเทศจึงไม่ควรตกเป็นเครื่องมือของกลุ่มคนเหล่านี้ ในการกล่าวโทษรัฐบาลและชาวเมียนมาทั้งประเทศ
 


นายอาบูบาการ์ ทัมบาดู รมว.กระทรวงยุติธรรมแกมเบีย
 
อย่างไรก็ตาม นายอาบูบาการ์ ทัมบาดู รมว.กระทรวงยุติธรรมของแกมเบีย ซึ่งเป็นผู้ยื่นคำร้อง เดินทางไปรับฟังคำพิพากษาด้วยตัวเองที่กรุงเฮก กล่าวว่ามติของไอซีเจ "คือประวัติศาสตร์" สำหรับชาวโรฮีนจา ทั้งนี้ แกมเบียยื่นฟ้องเมียนมาในนามองค์การความร่วมมืออิสลาม ( โอไอซี ) และ “ตัวแทนของชาวโรฮีนจา”
 
อนึ่ง คำพิพากษาของไอซีเจเมื่อวันพฤหัสบดี แม้เป็นเอกฉันท์จากคณะตุลาการทั้ง 17 คน แต่เป็นการวิจิฉัยเฉพาะคำร้องของแกมเบียเกี่ยวกับมาตรการฉุกเฉินเพื่อคุ้มครองชาวโรฮีนจา โดยศาลต้องการให้เมียนมาส่งรายงานกลับมายังสำนักงานเลขานุการของไอซีเจ ณ กรุงเฮก ภายในเวลา 4 เดือน นับตั้งแต่มีการประกาศคำพิพากษา และต่อจากนั้นให้ส่งรายงานแจ้งความคืบหน้าทุก 6 เดือน  แต่ไอซีไจ "ไม่มีอำนาจบังคับ" รัฐบาลของประเทศที่ถูกพาดพิง.

เครดิตภาพ : REUTERS

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 15