อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 10 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 10 เมษายน 2563

อนามัยโลกชี้"ล็อกดาวน์"ยังสู้โควิด-19ไม่ได้

ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลกกล่าวว่า "มาตรการล็อกดาวน์" ยังไม่สามารถทำลายเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ได้ แต่เป็นการขยายโอกาสในการพัฒนาวิธีที่มีประสิทธิภาพ เพื่อกำจัดเชื้อโรคนี้ให้หมดไป พฤหัสบดีที่ 26 มีนาคม 2563 เวลา 13.45 น.


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 26 มี.ค.ว่านพ.เทดรอส แอดนาฮอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชโอ ) แถลงเมื่อวันพุธ เกี่ยวกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 จากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ซึ่งพบผู้ป่วยในอย่างน้อย 196 ประเทศและดินแดน ว่านานาประเทศหันมาใช้มาตรการที่เรียกกันว่า "ล็อกดาวน์" ทั้งในระดับเมืองและระดับประเทศ เพื่อหวังให้มาตรการดังกล่าวชะลอความเร็วในการแพร่ระบาดของโรค
 
 

ทั้งนี้ ดับเบิลยูเอชโอมีความเห็นเกี่ยวกับมาตรการล็อกดาวน์ว่า "ซื้อเวลาได้ช่วงหนึ่ง" เนื่องจากการใช้เพียงกลยุทธ์นี้ไม่อาจช่วยขจัดโรคให้หมดไปได้ อย่างไรก็ตาม การประวิงเวลาโดยใช้มาตรการล็อกดาวน์คือการ "สร้างโอกาสครั้งที่สอง" ให้กับทุกฝ่าย ในการป้องกันและต่อสู้กับเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ ดับเบิลยูเอชโอจึงขอเสนอแนวทางปฏิบัติงาน ซึ่งหากรัฐบาลของประเทศใดมีความสนใจสามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เข้ากับบริบททางสังคมของตัวเอง เพื่อยกระดับประสิทธิภาพของมาตรการควบคุมโรคมากยิ่งขึ้น
 



 
นพ.เทดรอสกล่าวถึง "การขยายขอบเขต ฝึกฝน และเตรียมความพร้อม" ให้กับแพทย์ พยาบาล และบุคลากรที่เกี่ยวข้อง การดำเนินงานในระดับท้องถิ่นอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อการคัดกรองโรคอย่างละเอียดในระดับชุมชน การเพิ่มอุปกรณ์ตรวจหาเชื้อโรคที่ต้องมีจำนวนเพียงพอ และเข้าถึงประชาชนเป็นวงกว้าง


 
นอกจากนี้ ผู้อำนวยการดัเบิลยูเอชโอเสนอให้มีแนวทางปฏิบัติที่ครอบคลุมและเป็นขั้นตอนชัดเจน ในการติดตามกลุ่มเข้าข่ายติดเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นบุคคลใกล้ชิดกับผู้ป่วย หรือผู้ที่สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อ การจัดเตรียมสถานที่สำหรับกักตัวกลุ่มเฝ้าระวัง และการรักษาผู้ป่วยที่ต้องมีความพร้อมในทุกด้าน การส่งเสริมแนวทางปฏิบัติในการรักษาระยะห่างทางสังคม และทิ้งท้ายด้วย "การปรับโครงสร้าง" ของรัฐบาลเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับปฏิบัติการต่อสู้กับโรคโควิด-19.

เครดิตภาพ : REUTERS, AFP
   


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    40%
  • ไม่เห็นด้วย
    60%

บอกต่อ : 54