อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 10 เมษายน 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

ศุกร์ที่ 10 เมษายน 2563

"สหรัฐ"มีผู้ป่วยสะสมจาก"โควิด" มากที่สุดในโลกทะลุ8.3หมื่นคน

ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่สะสมในสหรัฐมากกว่า 83,000 คน สูงที่สุดในโลก ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องการ "ความปกติ" ในช่วงต้นเดือนเม.ย. แต่หลายรัฐยังคงต้องการเครื่องมือแพทย์ ศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2563 เวลา 06.40 น.


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 26 มี.ค.ว่าจำนวนผู้ป่วยสะสมจากการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ "โควิด-19" ในสหรัฐ เพิ่มเป็นอย่างน้อย 83,206 คน นับตั้งแต่มการพบผู้ป่วยคนแรกเมื่อวันที่ 21 ม.ค.

โดยผู้ติดเชื้อรายวันเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 14,995 คน ภายในเวลาเพียง 24 ชั่วโมง และส่งผลให้สหรัฐกลายเป็นประเทศที่มีผู้ป่วยสะสมจากโรคโควิด-19 มากที่สุดในโลก แซงหน้าจีนที่มีผู้ป่วยสะสมอย่างน้อย 81,285 คน และสถิติของอิตาลีอยู่ที่อย่างน้อย 80,589 คน
 

 
ขณะที่มีผู้ได้รับการรักษาหายแล้ว 1,864 คน อย่างไรก็ตาม จำนวนผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ในสหรัฐเพิ่มอีกอย่างน้อย 174 คนในรอบ 24 ชั่วโมงล่าสุด ทำให้สถิติสะสมในส่วนนี้ขึ้นมาอยู่ที่อย่างน้อย 1,201 คน เป็นอันดับ 6 ของโลก รองจากอิตาลี สเปน จีน อิหร่าน และฝรั่งเศส ตามสถิติของมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์
 
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่าเขามีแผนลงพื้นที่เมืองนอร์โฟล์ก ในรัฐเวอร์จิเนีย ในวันเสาร์ที่ 28 มี.ค.นี้ เพื่อร่วมการปล่อยเรือพยาบาล "ยูเอสเอ็นเอส คอมฟอร์ต" ซึ่งมีเตียงคนไข้ 1,000 เตียง เดินทางไปช่วยเหลือประชาชนในรัฐนิวยอร์ก ที่ตอนนี้เป็น "จุดวิกฤติที่สุด" ของโรคโควิด-19 ในประเทศ โดยมีผู้ป่วยสะสมอย่างน้อย 37,738 คน เพิ่มขึ้นมากถึง 4,772 คน


 
ขณะเดียวกัน ผู้นำสหรัฐกล่าวถึงการที่สถิตผู้ป่วยสะสมจากโรคโควิด-19 ในประเทศมีจำนวนมากที่สุดในโลก ว่า "ตัวเลขแท้จริงของจีนเป็นอย่างไรไม่มีใครทราบ" แต่เขามีกำหนดสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เกี่ยวกับสถานการณ์โรคระบาดที่กำลังเกิดขึ้น

อนึ่ง ทรัมป์และเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคนในรัฐบาลวอชิงตันยังคงมีวิวาทะกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลปักกิ่ง เกี่ยวกับมาตรการของแต่ละฝ่ายในการควบคุมโรค แต่ที่มากกว่านั้นคือ "แหล่งอุบัติ" ของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่
 

 
นอกจากนี้ การที่ทรัมป์ยังคงยืนยันให้สถานการณ์ภายในประเทศ "กลับเป็นปกติ" ภายในช่วงเทศกาลอีสเตอร์ คือก่อนกลางเดือนหน้า และเตรียมลดระดับแนวทางปฏิบัติเรื่องระยะห่างทางสังคม แต่ผู้ว่าการรัฐหลายรัฐมีท่าทีคัดค้าน โดยแทบทุกคนเรียกร้องให้รัฐบาลกลางเพิ่มความช่วยเหลือทั้งในด้านบุคลากรและเวชภัณฑ์.

เครดิตภาพ : REUTERS

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    43%
  • ไม่เห็นด้วย
    57%

บอกต่อ : 29