อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2563

อนามัยโลกกระตุ้นเมียนมาเร่งรับมือไวรัสโคโรนา

จำนวนผู้ป่วยจากโรคโควิด-19 ในเมียนมาเพิ่มเป็นอย่างน้อย 5 คน ขณะที่องค์การอนามัยโลกช่วยเมียนมาสำรองชุดตรวจโรค และกระตุ้นให้มีการยกระดับมาตรการป้องกัน ศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2563 เวลา 12.02 น.


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 27 มี.ค.ว่ากระทรวงสาธารณสุขของเมียนมารายงานสถานการณ์เชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่"โควิด-19"ว่าผู้ป่วยสะสมเพิ่มเป็นอย่างน้อย 5 คนนับตั้งแต่มีการยืนยันผู้ติดเชื้อ 2 คนแรกเมื่อวันพุธที่ผ่านมา
 

 
ทั้งนี้ ผู้ป่วยที่ได้รับการยืนยัน 2 คนล่าสุด คือชายชาวอเมริกันเชื้อสายเมียนมา อายุ 33 ปี เดินทางมาจากสหรัฐเมื่อวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา เพื่อกลับบ้านที่เมืองมัณฑะเลย์ ส่วนอีกคนเป็นชายสัญชาติเมียนมา อายุ 69 ปี เดินทางกลับมายังเมืองย่างกุ้ง เมื่อวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา หลังเข้ารับการรักษาตัวทางการแพทย์ที่ออสเตรเลียเป็นเวลา 1 เดือน และแวะพักที่สิงคโปร์อีก 4 วัน
 
แม้ผลตรวจรอบแรกยืนยันชายทั้งสองคนติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ แต่รัฐบาลเมียนมาจะส่งตัวอย่างไปยังสำนักงานขององค์การอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชโอ ) ในภูมิภาคอีกครั้งเพื่อยืนยัน ขณะที่นางออง ซาน ซูจี มนตรีแห่งรัฐและรมว.กระทรวงการต่างประเทศเมียนมา แถลงผ่านสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ

ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนกกับสถานการณ์ และยืนยันยังไม่การระบาดของโรคภายในประเทศ โดยผู้ป่วยสะสมทั้ง 5 คนเป็นผู้ที่มีประวัติเพิ่งเดินทางมาจากต่างประเทศ พร้อทมทั้งการันตีว่ารัฐบาลไม่มีแผน "ปิดเมือง"


 
อนึ่ง กระทรวงสาธารณสุขของเมียนมายอมรับมีความกังวลกับชุดตรวจโรคที่ไม่เพียงพอ  โดยปัจจุบันมีชุดตรวจโควิด-19 อยู่ในคลังประมาณ 2,000 ชุด อย่างไรก็ดี สหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) และรัฐบาลสิงคโปร์ทยอยส่งมอบชุดตรวจให้กับเมียนมา ซึ่งน่าจะช่วยให้เมียนมามีชุดตรวจสำรองเพิ่มเป็น 40,000 ชุด
 

 
ด้านนพ.สเตฟาน พอล โจสต์ ผู้แทนของดับเบิลยูเอชโอประจำเมียนมา ย้ำว่าชุดตรวจสามารถใช้งานได้ครั้งเดียว แต่ผู้ป่วยและกลุ่มเสี่ยงในเมียนมาจะเข้ารับดารตรวจคนละ 3 ครั้งเพื่อความแม่นยำสูงสุด ขณะเดียวกัน นพ.โจสต์ขอให้รัฐบาลเมียนมาขยายขอบเขตการตรวจโรค และยกระดับมาตรการป้องกันให้มากกว่านี้ เพื่อลดความเสี่ยงของการแรพ่ระบาดในชุมชน.

เครดิตภาพ : REUTERS

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 17