อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

อาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2563

ญี่ปุ่นยังไม่ใช้ภาวะฉุกเฉิน คนโตเกียวแห่ตุนสินค้า

นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นยืนยัน "ยังไม่จำเป็น" ต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินจากโรคโควิด-19 ขณะที่ชาวกรุงโตเกียวพากันตุนเสบียง หลังมีการ "ขอความร่วมมือ" งดออกจากบ้านสุดสัปดาห์นี้ ศุกร์ที่ 27 มีนาคม 2563 เวลา 15.16 น.


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 27 มี.ค.ว่านายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ในฐานะประธานศูนย์บัญชาการเฉพาะกิจเพื่อตอบสนองต่อวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ "โควิด-19" ในญี่ปุ่น กล่าวเมื่อวันศุกร์ ว่าสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือการเร่งพัฒนายาและวัคซีนเพื่อเอาชนะโรคโควิด-19 ให้เร็วที่สุด โดยเชื้อโรคได้แพร่ระบาดอย่างรวดเร็วจนกลายเป็น "ภัยคุกคามร้ายแรงของมนุษยชาติ" แล้ว
 

 
ขณะเดียวกัน อาเบะกล่าวถึงเสียงเรียกร้องของหลายฝ่ายโดยเฉพาะจากพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งต้องการให้มีการใช้มาตรการ "ล็อกดาวน์" กรุงโตเกียว เนื่องจากเป็นพื้นที่พบผู้ป่วยสะสมจากโรคโควิด-19 มากที่สุดในญี่ปุ่น ว่าการปิดพื้นที่กรุงโตเกียวมีแต่จะสร้างผลเสียให้กับระบบเศรษฐกิจโดยรวม นอกจากนี้ ผู้นำญี่ปุ่นยืนยันว่า "ยังไม่มีความจำเป็น" ถึงขั้นต้องประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินระดับประเทศ โดยยืนยันว่ารัฐบาลยังควบคุมสถานการณ์ได้


 
อย่างไรก็ตาม นางยูริโกะ โคอิเคะ ผู้ว่าราชการกรุงโตเกียว จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการเฉพาะกิจต่อสู้กับโรคโควิด-19 เฉพาะในท้องที่กรุงโตเกียว หลังสถิติการพบผู้ป่วยใหม่สูงกว่า 40 คน ในวันพุธและวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

นอกจากนี้ เธอยังขอความร่วมมือกับรัฐบาลท้องถิ่นของจังหวัดใกล้เคียง ในการงดให้ประชาชนเดินทางเข้าสู่เมืองหลวงในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ที่เธอขอความร่วมมือจากชาวกรุงโตเกียวให้งดออกจากเคหะสถานหากไม่จำเป็น ส่งผลให้ตั้งแต่ช่วงเช้าของวันศุกร์มีประชาชนจำนวนมากพากันออกไปกักตุนสินค้าสำหรับวันเสาร์และวันอาทิตย์นี้
 

 
ปัจจุบันญี่ปุ่นมีผู้ป่วยสะสมจากโรคโควิด-19 อย่างน้อย 1,387 คน รักษาหายแล้ว 359 คน แตเสียชีวิตอย่างน้อย 47 คน นอกจากนี้ยังมีผู้ป่วยนานาชาติอีก 712 คน และเสียชีวิตแล้ว 10 คน จากเรือสำราญไดมอนด์ ปรินเซส ซึ่งญี่ปุ่นกักบริเวณที่เมืองโยโกฮามา เมื่อเดือนที่แล้ว.

เครดิตภาพ : REUTERS

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 22