อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

จันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2563

สหรัฐอัดฉีดงบฉุกเฉินฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจก้อนใหญ่ที่สุด

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในกฎหมายงบประมาณฉุกเฉิน 71.5 ล้านล้านบาท สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ เพื่อช่วยเหลือทุกภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เสาร์ที่ 28 มีนาคม 2563 เวลา 09.00 น.


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 27 มี.ค.ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในกฎหมายงบประมาณฉุกเฉิน 2.2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 71.5 ล้านล้านบาท ) เพื่อช่วยเหลือทุกภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ "โควิด-19"
 
วงเงินดังกล่าวถือเป็นงบประมาณฉุกเฉินกระตุ้นเศรษฐกิจสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐ โดยการลงนามของทรัมป์เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังชาวอเมริกันขึ้นทะเบียนเป็นผู้ว่างงานกับกระทรวงแรงงานมากถึง 3.3 ล้านคนภายในสัปดาห์เดียว สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2525

ขณะที่แม้สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาร่วมกันผ่านกฎหมายด้วยเสียงสนับสนุน "เกือบเป็นเอกฉันท์" แต่เป็นกรณีไม่บ่อยครั้งนักที่พรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครตร่วมมือกันอย่างจริงจังในการร่างกฎหมายฉบับนี้
 

 
ทั้งนี้ ความช่วยเหลือด้านการเงินจากรัฐบาลกลางรวมถึงเงินช่วยเหลือผู้ว่างงานสัปดาห์ละ 600 ดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 19,528 บาท ) นานสูงสุด 4 เดือน เป็นวงเงินสูงสุด 250,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 8.13 ล้านล้านบาท ) โดยบุคคลไม่ว่าอยู่ในหรือนอกระบบสวัสดิการของรัฐจะได้รับเงินช่วยเหลือเท่ากัน

ส่วนลูกจ้างซึ่งยังคงทำงานตามปกติได้ แต่ถูกลงชั่วโมงการทำงานซึ่งจะทำให้ค่าตอบแทนลดลงตามไปด้วย รัฐบาลจะประกันรายได้ในชั่วโมงทำงานที่ลดลง
 
ขณะเดียวกัน ยังมีการมอบเงินช่วยเหลือต่อครัวเรือนสูงสุด 3,000 ดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 97,590 บาท ) โดยเมื่อวิเคราะห์ในรายละเอียดพบว่า ผู้มีรายได้น้อยกว่า 75,000 ดอลลาร์สหรัฐต่อปี ( ราว 2.43 ล้านบาท ) จะได้รับเงินช่วยเหลือ 1,200 ดลอลาร์สหรัฐ ( ราว 39,036 บาท )
 
ด้านธุรกิจขนาดเล็กซึ่งมีพนักงานน้อยกว่า 500 คนสามารถทำเรื่องเข้าโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งภาครัฐจัดสรรงบประมาณในส่วนนี้ไว้ 350,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว  11.38 ล้านล้านบาท ) โดยเงินที่กู้ไปต้องนำไปจ่ายเป็นค่าตอบแทนให้กับลูกจ้าง ค่าเช่าพื้นที่ และค่าสาธารณูปโภคที่จำเป็นเพื่อการขับเคลื่อนกิจการเท่านั้น
 
นอกจากนี้ สายการบินทั้งสายการบินพาณิชย์และบริการเที่ยวบินคาร์โกได้รับเงินช่ยเหลือรวมกัน 504,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  ( ราว 16.39 ล้านล้านบาท ) โดยรายละเอียดปลีกย่อยรวมถึงการตดเงินเดือนและระงับค่าตอบแทนพิเศษของบรรดาผู้บริหาร.

เครดิตภาพ : AP

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 34