อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 15 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 15 กรกฎาคม 2563

'พม่า'โชว์จับกุมเฟนทานิล ล็อตมโหฬารใน'รัฐฉาน'

ตำรวจเมียนมาแถลงผลการจับกุม เฟนทานิลชนิดน้ำปริมาณมหาศาล ในรัฐฉาน ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ นับเป็นครั้งแรกที่สารตั้งต้นผลิตยาเสพติดอันตรายร้ายแรงกว่าเฮโรอีน ที่กำลังทำลายล้างอเมริกาเหนือ ถูกพบในดินแดนสามเหลี่ยมทองคำ แหล่งใหญ่ผลิตยาเสพติดของเอเชีย จันทร์ที่ 18 พฤษภาคม 2563 เวลา 20.34 น.


สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานจากเมืองย่างกุ้ง ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 18 พ.ค. ว่า ตำรวจหน่วยปราบปรามยาเสพติดเมียนมา จับกุมสารเมทิลเฟนทานิลกว่า 3,700 ลิตร ที่หมู่บ้านลอยแก่น ในรัฐฉาน การจับกุมครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการกวาดล้างยาเสพติดครั้งใหญ่สุดในเอเชีย

ซึ่งสามารถยึดของกลางยาเสพติด รวมถึงยาบ้า 193 ล้านเม็ด สารตั้งต้นและอุปกรณ์ผลิตยาเสพติดจำนวนมาก โดยยาบ้าที่จับกุมรวมน้ำหนัก 17.5 ตัน ปริมาณมากเท่ากับที่จับกุมได้ในเมียนมาทั้งหมด ในระยะ 2 ปีก่อนหน้า ตำรวจยึดสารตั้งต้น 163,000 ลิตร และ 35.5 ตัน อาวุธนานาชนิด และจับกุมผู้ต้องสงสัยร่วมขบวนการกว่า 130 คน





สำนักงานป้องกันยาเสพติดและปราบปรามอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ  หรือ ยูเอ็นโอดีซี (UNODC) กล่าวในแถลงการณ์ว่า นับเป็นการจับกุมที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน เจ้าหน้าที่หน่วยปราบปรามยาเสพติดของเมียนมา สามารถ "ทลายเครือข่ายยาเสพติดครั้งใหญ่" ในระหว่างปฏิบัติการกวาดล้างนาน 2 เดือน ของตำรวจและทหาร

เจ้าหน้าที่ยูเอ็นโอดีซี กล่าวว่า การค้นพบเฟนทานิลเหลวในรัฐฉานเป็นครั้งแรก ถือเป็นลางร้ายและจะเป็นการเปลี่ยนโฉมหน้าตลาดค้ายาเสพติดผิดกฎหมายในเอเชีย 



จากข้อมูลของยูเอ็นโอดีซี เฟนทานิลเป็นสาเหตุของการเสียชีวิต จากการเสพสารเสพติดเกินขนาด กว่า 130,000 คน ในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ในระยะ 5 ปีล่าสุด ส่วนข้อมูลของศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐ หรือ ซีดีซี ระบุว่า เฟนทานิลเป็นสารเสพติดที่ออกฤทธิ์รุนแรงกว่าเฮโรอีน 50 เท่า และแรงกว่ามอร์ฟีน 100 เท่า มันทำให้เกิดวิกฤติโอปิออยด์ หรือสารสกัดจากฝิ่น ในสหรัฐ โดยสถิติล่าสุดมีชาวอเมริกันเสียชีวิตจากการเสพเฟนทานิลเกินขนาด เฉลี่ยวันละ 130 คน

การระบาดของโอปิออยด์ ยังไม่แพร่หลายในเอเชีย ยุโรป และออสเตรเลีย แต่มีสัญญาณกำลังเริ่มเป็นภัยคุกคาม.
 

ภาพ - REUTERS
คลิป - VICE


คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 56