อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 15 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 15 กรกฎาคม 2563

ฮ่องกงกวาดจับม็อบต่อต้านจีน กังวลเรื่อง'ก่อการร้าย'

ตำรวจฮ่องกงกวาดจับ "ผู้ก่อความไม่สงบ" จากการร่วมชุมนุมประท้วงต่อต้านจีนครั้งแรกในรอบหลายเดือน ได้เกือบ 200 คน ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของฮ่องกงกล่าวถึง "การก่อการร้าย" ที่ขยายวงกว้างในสังคม จันทร์ที่ 25 พฤษภาคม 2563 เวลา 10.53 น.


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเขตบริหารพิเศษฮ่องกง ประเทสจีน เมื่อวันที่ 25 พ.ค. ว่าสืบเนื่องจากการประท้วงในฮ่องกง เมื่อวันอาทิตย์ เพื่อคัดค้านการที่รัฐบาลปักกิ่งผลักดัน ร่างกฎหมาย "ความมั่นคงแห่งชาติ" ให้สอดคคล้องกับเนื้อหาในมาตรา 23 ของเบสิกลอว์

ซึ่งเป็นกฎหมายพื้นฐานของฮ่องกง ว่าคณะผู้บริหารต้อง "ใช้อำนาจอันชอบธรรม เพื่อป้องกันพฤติการณ์กบฏ การแบ่งแยก การปลุกระดม และการโค่นล้ม" ที่เป็นภัยคุกคามต่อแผ่นดินใหญ่ ที่ฝ่ายต่อต้านมองว่า "คือจุดจบของเสรีภาพ" และหลักการหนึ่งประเทศ สองระบบ

นายจอห์น ลี เลขาธิการด้านความมั่นคงภายในของคณะผู้บริหารฮ่องกง แถลงเมื่อวันจันทร์ ว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายความัม่นคงจับกุมผู้ก่อความไม่สงบได้มากกว่า 180 คน ส่วนใหญ่อยู่ที่ย่านคอสเวย์เบย์และหว่านไจ๋ ทั้งนี้ ผู้ประท้วงมีแนวโน้มถูกดำเนินคดีอย่างน้อย 1 ข้อหา คือการรวมตัวกันในสถานที่สาธาณะอย่างผิดกฎหมาย ที่ตอนนี้ถือเป็นการละเมิดมาตรการทางสังคม ซึ่งจำกัดการรวมกลุ่มในสถานที่สาธารณะไม่เกิน 8 คน เพื่อลดความเสี่ยงการติดต่อของโรคโควิด-19


 

 
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลฮ่องกงกล่าวถึงการประท้วงรุนแรงและเป็นวงกว้าง ซึ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน บ่งชี้ "การก่อการร้าย" ที่ขยายวงกว้างมากขึ้นในฮ่องกง แต่ไม่ได้ขยายความในประเด็นนี้ โดยกล่าวเพิ่มเพียงว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่งทั้งตำรวจและผู้ประท้วง ซึ่งทุกคนได้รับการรักษาเป็นที่เรียบร้อย
 
ขณะที่นายพอล เฉิน เลขาธิการด้านการคลังของคณะผู้บริหารฮ่องกง กล่าวถึงร่างกฎหมายความมั่นคง ว่า "ไม่มีผลกระทบ" ต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน มีเพียง "กลุ่มคนที่ไม่เข้าใจ" เท่านั้นที่จะมีความกังวล


 
อนึ่ง  ความพยายามออกกฎหมายตามมาตรา 23 เคยเกิดขึ้นมาแล้วเมื่อปี 2546 แต่ในครั้งนั้นดำเนินการโดยคณะผู้บริหารฮ่องกงของนายต่ง เจี้ยน-หวา แต่ถูกต่อต้านอย่างหนักจนต้องล้มเลิกแผนการไป.

เครดิตภาพ : AFP, AP

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 32