อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

เสาร์ที่ 11 กรกฎาคม 2563

"ทรัมป์"ชี้ม็อบทั่วสหรัฐ ไม่เกี่ยวกับเรื่องสีผิวอีกต่อไป

ประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวถึงสถานการณ์ประท้วงรุนแรงตามเมืองใหญ่หลายแห่ง เบนเข็มจากเรื่องการเสียชีวิตของชาวผิวสีที่รัฐมินนิโซตา กลายเป็น "ความป่าเถื่อน" และฉวยโอกาสกระทำผิดกฎหมาย ซึ่งรัฐบาลกลางจะยุติสถานการณ์ "ด้วยความเยือกเย็น" อาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2563 เวลา 07.23 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 30 พ.ค. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ แถลงเมื่อวันเสาร์ เกี่ยวกับสถานการณ์ประท้วงที่ทวีความรุนแรง และลุกลามขยายวงกว้างไปทั่วประเทศ จากการเสียชีวิตของนายจอร์จ ฟลอยด์ ชายผิวสีอายุ 46 ปี ที่เมืองมินนีแอโพลิส ในรัฐมินนิโซตา ซึ่งถูกตำรวจผิวขาวใช้เข่ากดไปที่คอนานหลายนาทีระหว่างพยายามจับกุมฟลอยด์ ว่าสถานการณ์ที่เมืองมินนีแอโพลิส "บานปลาย" ไปมาก มีทั้งการวางเพลิงและปล้นสะดมเป็นวงกว้าง
 

ทรัมป์กล่าวว่า การเสียยชีวิตของฟลอยด์เป็นเรื่องน่าเศร้าสลด และไม่ควรเกิดขึ้น แต่รัฐบาลกลางในกรุงวอชิงตันไม่สามารถปล่อยให้อาชญากรและกลุ่มคนป่าเถื่อนเพียงกลุ่มเดียว ก่อการประท้วงที่รุนแรงและทำลายชุมชนเช่นนี้ หน่วยงานของเขาจะเข้าไปจัดการ และมาตรการที่ใช้นั้น "จะเป็นไปด้วยความเยือกเย็น"
 
ผู้นำสหรัฐกล่าวต่อไปว่า สถานการณ์ประท้วงที่รุนแรงและป่าเถื่อนไม่ใช่ "การเชิดชู" แต่เป็น "การดูหมิ่น" ฟลอยด์ บรรดาขบวนการเคลื่อนไหวซ้ายจัดและกลุ่มต่อต้านฟาสซิสต์ "ตกขอบ" อย่าง "แอนติฟา" อยู่เบื้องหลังสถานการณ์ประท้วงครั้งนี้ เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองส่วนตนเท่านั้น


 

 
ในวันเดียวกัน นายทิม วอลซ์ ผู้ว่าการรัฐมินนิโซตา กล่าวว่าสถานการณ์วุ่นวายและรุนแรงในพื้นที่ โดยเฉพาะที่รัฐมินนิโซตา เป็นการเคลื่อนไหวที่ไม่ได้มีเป้าหมายโดยตรงเพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับฟลอยด์อีกต่อไป แต่กลับกลายเป็น "การมุ่งโจมตี" เจ้าหน้าที่รัฐ ภารกิจสำคัญของทุกฝ่ายในตอนนี้คือการฟื้นฟูความสงบเรียบร้อง เขาในฐานะผู้ว่าการรัฐมินนิโซตาจะใช้สรรพกำลังที่อยู่ในขอบเขตอำนาจ ยุติสถานการณ์นี้ให้เร็วที่สุด
 



 
วอลซ์ซึ่งเป็นสมาชิกพรรคเดโมแครต กล่าวว่ากลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ส่วนใหญ่คือสมาชิกแก๊งอาชญากรรม และเครือข่ายชาตินิยมผิวขาวที่แฝงตัวเข้ามา ทั้งนี้ วอลซ์สั่งระดมเจ้าหน้าที่กองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิลงพื้นที่ช่วยตำรวจควบคุมสถานการณ์ ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สองที่ทางการรัฐมินนิโซตาใช้คำสั่งเรียกกองกำลังพิทัษ์มาตุภูมิ
 




ด้านกระทรวงกลาโหมสหรัฐยืนยันการระดมกำลังสารวัตรทหารหลายร้อยนาย พร้อมเดินทางไปยังเมืองมินนีแอโพลิสภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง หากได้รับคำสั่งอย่างเป็นทางการ เพื่อยุติสถานการณ์ที่กลับทวีความตึงเครียด โดยอัยการตั้งข้อหาฆาตกรรมโดยไม่ไตร่ตรองกับนายเดเร็ก ชอวิน อดีตตำรวจซึ่งเป็นผู้กดเข่าลงบนคอของฟลอยด์

แต่ผู้ประท้วงมองว่าชอวินควรถูกดำเนินคดีในข้อหาฆาตกรรมโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และตำรวจอีก 3 นายในคลิป ที่ตอนนี้ถูกไล่ออกจากราชการแล้ว ต้องรับโทษเช่นกัน.

เครดิตภาพ : AFP, AP

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    83%
  • ไม่เห็นด้วย
    17%

บอกต่อ : 53