อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 15 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 15 กรกฎาคม 2563

กระแสตีกลับแรง เมื่อสหรัฐเตรียมออกจากอนามัยโลก

หลายฝ่ายวิจารณ์อย่างหนัก ต่อการที่สหรัฐประกาศยุติความร่วมมือกับองค์การอนามัยโลก จากความขัดแย้งเรื่องการบริหารจัดการวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 และความเกี่ยวข้องกับจีน อาทิตย์ที่ 31 พฤษภาคม 2563 เวลา 10.08 น.


สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงวอชิงตัน ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 30 พ.ค. ว่าภายหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ว่ารัฐบาลวอชิงตันกำลังดำเนินการตามขั้นตอน เพื่อยุติสถานภาพสมาชิกกับองค์การอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชโอ ) และจะโยกย้ายงบประมาณที่เคยใช้สนับสนุนหน่วยงานแห่งนี้ ไปช่วยเหลือการดำเนินงานขององค์กรด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศแห่งอื่นแทน เนื่องจากดับเบิลยูเอชโอ "ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง" ในการบริหารจัดการวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 และเป็นองค์กรที่ "อยู่ใต้เงาจีน"
 
นางอัวร์ซูลา ฟอน แดร์ เลเยน ประะธานคณะกรรมาธิการยุโรป กล่าวว่าท่ามกลางวิกฤติด้านสาธารณสุขเช่นนี้ โลกควรประสานความร่วมมือมากกว่าโดดเดี่ยวตัวเอง สหภาพยุโรป ( อียู ) ขอให้สหรัฐทบทวนการตัดสินใจของตัวเอง
 

 
ด้านนายเยนส์ สพาห์น รมว.กระทรวงสาธารณสุขของเยอรมนี วิจารณ์การตัดสินใจของผู้นำสหรัฐ "น่าผิดหวัง" แต่เห็นด้วยกับรัฐบาลวอชิงตันในประเด็นที่ว่า ดับเบิลยูเอชโอ "ต้องปฏิรูป" ขณะที่ทำเนียบนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรออกแถลงการณ์ว่า วิกฤติโรคระบาดโควิด-19 เป็นความท้าทายที่ทั่วโลกเผชิญร่วมกัน ดับเบิลยูเอชโอคือหน่วยงานระหว่างประเทศซึ่งมีบทบาทสำคัญอย่างมากในเรื่องนี้ และสหราชอาณาจักรไม่มีนโยบายยุติความสนับสนุนด้านการเงินให้แก่ดับเบิลยูเอชโอ


 
ในอีกด้านหนึ่ง นายลามาร์ อเล็กซานเดอร์ ประธานคณะกรรมาธิการสาธารณสุขของวุฒิสภาสหรัฐ กล่าวว่าการลาออกจากดับเบิลยูเอชโออาจมีผลกระทบต่อการดำเนินงานของทุกภาคส่วนในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือภาคเอกชน ที่กำลังเร่งคิดค้นและพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ส่วนดับเบิลยูเอชโอและจีนยังไม่แสดงปฏิกิริยาอย่างเป็นทางการ
 

ทั้งนี้ ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่ากระบวนการยุติสถานภาพสมาชิกดับเบิลยูเอชโอของสหรัฐเริ่มขึ้นแล้วหรือยัง อย่างไรก็ตาม ตามข้อตกลงที่รัฐบาลวอชิงตันลงนามเข้าเป็นสมาชิกของดับเบิลยูเอชโอ เมื่อปี 2491 ระบุว่ากระบวนการลาออกใช้เวลาดำเนินการอย่างน้อย 1 ปี.

เครดิตภาพ : REUTERS
   

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    10%
  • ไม่เห็นด้วย
    90%

บอกต่อ : 39