อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 15 กรกฎาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 15 กรกฎาคม 2563

ญี่ปุ่นเตรียมไฟเขียวนักเดินทางไทยเข้าประเทศ

รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังพิจารณาเปิดเขตแดน ต้อนรับนักเดินทางจากไทยและอีก 3 ประเทศที่มีอัตราการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ต่ำ เดินทางเข้าญี่ปุ่นได้เป็นชุดแรก ในเร็วๆ นี้ จันทร์ที่ 1 มิถุนายน 2563 เวลา 19.50 น.


สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานจากกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 1 มิ.ย. ว่า ญี่ปุ่นเริ่มผ่อนคลายข้อจำกัดการเคลื่อนไหว ตามมาตรการป้องกันการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่บังคับใช้ตั้งแต่ต้นปีนี้ และเมื่อวันจันทร์ (1 มิ.ย.) โรงเรียน โรงภาพยนนตร์ สโมสรกีฬา และห้างสรรพสินค้า ในเขตเมืองหลวงกรุงโตเกียว เริ่มเปิดใหม่อีกครั้ง ขณะที่สื่อยักษ์ใหญ่รายงานว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาอนุญาตให้นักเดินทางจากไทย เวียดนาม ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เดินทางเข้าญี่ปุ่นได้ ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

เบื้องต้นยังไม่มีความเห็นจากกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น

สถานการณ์ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในญี่ปุ่น ถึงเช้าวันที่ 1 มิ.ย. 2563 จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมด อยู่ที่ 16,851 คน เสียชีวิต 891 คน และผู้ติดเชื้อรักษาหายแล้ว 14,459 คน



ญี่ปุ่นประกาศห้ามชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศ ตั้งแต่เดือน ก.พ.ที่ผ่านมา เพื่อควบคุมการระบาดของโควิด-19 จากคนต่างด้าวที่ไปเยือน

หนังสือพิมพ์อาซาฮี ชิมบุน รายงานว่า รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังพิจารณาอนุญาตให้นักเดินทางธุรกิจ จาก 4 ประเทศ เดินทางเข้าญี่ปุ่นได้ หากผลการตรวจหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ปรากฏผลเป็นลบทั้ง 2 ด่านคือ ก่อนขึ้นเครื่องบินออกนอกประเทศ และหลังจากเดินทางถึงสนามบินในญี่ปุ่น และเมื่อได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศแล้ว ผู้ไปเยือนจะถูกจำกัดพื้นที่ รวมถึงบ สถานที่พัก สำนักงานหรือโรงงานบริษัท นอกจากนั้นยังจะถูกห้ามใช้บริการขนส่งสาธารณะด้วย
 

ญี่ปุ่น ไทย เวียดนาม ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เป็นสมาชิกของข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก หรือ ทีพีพี-11 (Trans-Pacific Partnership : TPP-11) และต่างก็มีความสัมพันธ์ทางการค้าที่แข็งแกร่งต่อกัน 

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีอัตราส่วนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพียงแค่ 4.4 % ของทั่วโลก จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก น้อยกว่าหลายเท่าเมื่อเทียบกับทวีปอเมริกาเหนือ-ใต้ และยุโรป ซึ่งมีอัตราส่วนสูงถึงภูมิภาคละประมาณ 40 %.

ภาพ - REUTERS
คลิป - CNA

 

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    0%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 28