อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 12 สิงหาคม 2563
#เราจะผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

อ่านความจริง อ่านเดลินิวส์

พุธที่ 12 สิงหาคม 2563

ผู้นำบราซิลขู่ลาออกจากอนามัยโลกตามสหรัฐ

ประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร กล่าวว่าเขาอาจนำบราซิลลาออกจากการเป็นสมาชิกองค์การอนามัยโลกตามอย่างสหรัฐ ขณะที่สื่อท้องถิ่นวิจารณ์ "ความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง" ในการควบคุมโรคของโบลโซนาโร "คร่าชีวิตชาวบราซิลนาทีละ 1 คน" เสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2563 เวลา 11.11 น.

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงบราซิเลีย ประเทศบราซิล เมื่อวันที่ 6 มิ.ย. ว่าประธานาธิบดีชาอีร์ โบลโซนาโร ผู้นำบราซิล กล่าวเมื่อวันศุกร์ เกี่ยวกับการที่สหรัฐประกาศช่วงสิ้นเดือนที่แล้ว เตรียมยุติสถานภาพสมาชิกกับองค์การอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชโอ ) โดยให้เหตุเกี่ยวกับ "ความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง" ของดับเบิลยูเอชโอที่มีต่อการบริหารจัดการวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 และความร่วมมือระหว่างดับเบิลยูเอชโอกับจีน "ที่ใกล้ชิดกันเกินไป" ว่าบราซิลคิดแบบเดียวกัน และอาจเดินตามรัฐบาลวอชิงตันในอนาคต
 

 
ขณะเดียวกัน โบลโซนาโรซึ่งสื่อทั้งในและต่างประเทศให้ฉายาว่า "ทรัมป์แห่งอเมริกาใต้" ด้วยแนวคิดและการใช้คำพูดที่คล้ายกันอย่างมาก กล่าวด้วยว่าดับเบิลยูเอชโอ "กลับลำแทบทุกเรื่อง" หลังเงินสนับสนุนกำลังจะหายไปประมาณ 450 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 14,170.5 ล้านบาท ) พร้อมกับการที่รัฐบาลทรัมป์จะนำสหรัฐลาออกจากดับเบิลยูเอชโอ โดยเฉพาะเรื่องการทดสอบทางคลินิกเกี่ยวกับประสิทธิภาพของยาไฮดรอกซีคลอโรควิน ที่ดับเบิลยูเอชโอกลับมาเดินหน้าอีกครั้ง หลังก่อนหน้านั้นให้เหตุผลเรื่องความปลอดภัยด้านสุขภาพ แต่ทีมงานวิจัยที่นำผลงานเผยแพร่ในวารสารการแพทย์ "แลนเช็ต" กลับปฏิเสธนำผลการศึกษาเข้าสู่ขั้นตอนพิชญพิจารณ์ทางการแพทย์


 
อย่างไรก็ตาม บรรดาสื่อมวลชนสำนักใหญ่ในบราซิลยังคงเดินหน้าวิจารณ์ผู้นำประเทศอย่างหนักว่า "ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง" กับการบริหารจัดการสถานการณ์ บทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์โฟฮา เดอ เซาเปาลู กล่าวในตอนหนึ่งว่า ภายในช่วง 100 วันที่ผ่านมา โรคที่ประธานาธิบดีของประเทศเรียกว่า "แค่ไข้หวัด" คร่าชีวิตชาวบราซิลนาทีละ 1 คน
 

 
ด้านกระทรวงสาธารณสุขของบราซิลรายงานสถานการณ์โรคโควิด-19 ในรอบวันที่ผ่านมา ว่าผู้ป่วยสะสมเพิ่มเป็นอย่างน้อย 646,006 คน หลังมีการยืนยันผู้ป่วยใหม่ 30,136 คน และผู้เสียชีวิตสะสมเพิ่มเป็นอย่างน้อย 35,047 คน โดยมีการยืนยันผู้เสียชีวิตอีก 1,008 คน.

เครดิตภาพ :  REUTERS, AFP

คุณเห็นด้วยกับข่าวนี้หรือไม่

  • เห็นด้วย
    100%
  • ไม่เห็นด้วย
    0%

บอกต่อ : 44